2015 เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน

ความฝันไม่มีที่สิ้นสุด ต้นปี 2015 พบว่าหน้า Facebook ของตัวเองมีเพื่อนๆ และบรรดา "เทพ" สรุปผลงานปี 2014 และเป้าหมายปี 2015 กันอย่างมากมาย บางคนเดือนละ $1M บางคนเป้าหมายสิ้นปีที่ $1M เลยทำให้ตัวเองต้องฮึดขึ้นมาอีกครั้ง และเป้าหมายปี 2015 สำหรับงานเสริม Passive Income ที่ 10,000 $ จะทำอย่างไร ตลาดไหน ด้วยวิธีการแบบไหน?

ตกแต่งหน้าบ้านให้แตกต่างด้วยของฟรีๆ

มองดูหน้าบ้านตัวเองตอนนี้มันไม่มีอะไรเร้าใจ ไม่มีอะไรที่ดูแล้วเป็นแบบมืออาชีพ (เอ๊าฮาๆๆๆๆๆ) คงต้องหาอะไรที่ทำให้ blog ของเราดูดีมีชาติตะกูลขึ้นมาอีกสักหน่อย และเหตุผลสำหรับคนโง่ๆ ไร้ความรู้อย่างผม ก็คือ "มันมีภาษาปะกิตง่ายๆในการที่เราจะอ่านทำความเข้าใจ" ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับแต่ง Templates ให้เป็นไปตามที่เราต้องการ

ติตตั้ง WPTOUCH Free Premium Blogger Template

ได้ Free Premium Blogger Template มาครอบครองเป็นที่เรียบร้อย แต่ดูเหมือนว่ามีอะไรจะต้องทำอีกเยอะแน่ๆ ตอนนี้อย่าเพิ่งไปหวังเรื่อง Passive Income เรื่อง หาเงินออนไลน์ เลย เอาแค่ติดตั้ง template แก้ไข ปรับแต่ให้ได้อย่างที่ใจต้องการก็คงจะยากล่ะ ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ Template ตัวนี้กันก่อนดีกว่า ว่ามีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ตามที่เขาว่ามา ...

การปรับแต่ง Blogger Layout เพื่อให้ดูดี

เมื่อเราลอง View Blog ของเราดูแล้ว จะเห็นว่ามันขาดๆ เกินๆ ทั้งที่ Side Bar และ Footer ทุกคนเห็นด้วยไหมเอ่ย งั้นเราลองมาหาวิธีการปรับแต่ง Blogger Template เพื่อให้ดูดีขึ้นกันดีกว่านะ Blog ของเราจะได้สวยสดงดงามมากขึ้น

จัดการกับ Categories ตัวชี้บ่งสำคัญ

ทำไมตรง Categories มันขึ้นมาเยอะแยะขนาดนั้น ไม่ได้ทำอะไรกับมันเลยนะ วันก่อนยังมีกระติ๊ดเดียวอยู่เลย มาไงอ่ะตัวเธอออออออออออออออออออออออ ใช่อย่างที่เราคิดไหม ว่าเจ้า Categories นี่ดึงข้อมูลมาจาก Labels ที่เราใส่ในแต่ละ Post แน่ๆ ฉันคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วซินะ ไม่งั้นปวดหัวแน่ๆ

Showing posts with label หาเงินออนไลน์. Show all posts
Showing posts with label หาเงินออนไลน์. Show all posts

Thursday, December 24, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ ของลุงกบ : เพิ่ม Breadcrumb ใน Blogger/Blogspot

Blogger SEO : เพิ่ม Breadcrumb ใน Blogger/Blogspot

Add Breadcrumb to Blogger and Blogspot
ใส่ Breadcrumb ให้กับ Blogger/Blogspot
ห่างหายกันไปนานกับการอัพเดท blog แต่ก็ไม่ได้ไปไหนครับ วนๆ เวียนๆ อยู่แถวๆ นี้ กับแอบไปหลงไหลกับเจ้า 3D Printing Technology สั่งเครื่องมาประกอบ สั่งเส้นพลาสติกมาพิมพ์ขึ้นงานดู แล้วก็แอบเขียน blog เล็กๆ เอาไว้ แต่ก็เช่นกันครับ ไม่ได้อัพเดทอะไรสักเท่าไหร่

มาวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่อยากจะมาอัพเดทให้ทุกคนได้ลองทำกันดู เพราะว่าไปเจอเวปฯ หลายเวปฯ มากที่ทำ Navigator ให้กับเวปฯ ของเขา โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า "Breadcrumb" ที่ที่พบเห็นโดยมากหากไม่ใช้ Wordpress ก็จะเป็นสคริป์ที่เขียนขึ้นมา แต่ว่าเราๆ นี่ ใช้ Blogger หรือ Blogspot เป็นหลัก หากเราต้องการทำ Breadcrumb เราจะทำกันได้ไหม และทำอย่างไร?

What Breadcrumb will do on my blog?

ก่อนอื่น เราทุกคนคงอยากจะทราบซินะว่า เจ้า Breadcrumb นี่เขาเอาไว้ทำอะไร แล้วหากมีไว้ใน blog ของเรา มันจะเป็นอย่างไร ส่งผลอะไรให้กับ Blog ของเราบ้าง

การที่เราใส่ Breadcrumb เปรียบเสมือน หนูน้อยหมวกแดงโรยเศษขนมปังปังไว้ตามทางเพื่อให้กลับมาบ้านได้ถูก โดยที่ Breadcrumb จะอยู่ในรูปแบบของ การนำทางโดยตัวหนังสือ หรือที่เรียกกันว่า text-base navigation. 

Breadcrumb จะแสดงให้คนที่เข้ามายัง blog ของเราทราบว่า ตอนนี้เขาอยู่ที่จุดไหนของ blog และข้อดีของการทำ breadcrumb ก็คือจะช่วยให้ผู้ที่เข้ามายัง blog ของเราไปยังหน้าอื่นๆ หรือโฟสอื่นๆของเราได้โดยง่าย

ลักษณะของการแสดง breadcrumb จะเป็นในรูปแบบง่ายๆ แบบนี้
--------------------------------------------------------------------------
Home > Label > Post Title
--------------------------------------------------------------------------
ยกตัวอย่างจากโฟสนี้ (จะแสดง label ที่เยอะเป็นผลมาจากการใส่ label ของโฟสนั่นเอง) จะได้โฟสที่มี breadcrumb ในลักษณะนี้
Breadcrumb Example in Blogger and Blogspot
ตัวอย่าง Breadcrumb ของ post นี้

SEO Benefits from Breadcrumb

นอกเหนือไปจากการที่เราช่วยให้ผู่ที่อยู่ใน blog ของเราได้ไปไหนมาไหนสะดวกแล้ว Breadcrumb ยังช่วยเราในเรื่องของ SEO โดยจะเป็นตัวช่วยให้ search engine ที่เข้ามา สามารถไต่ไปยังส่วนต่างๆของ blog เรา โดยเฉพาะไปตาม Label ที่เราสร้างไว้ โดย search engine จะมองเป็น text link ตัวหนึ่ง ที่เป็นเสมือน keywords ของ blog เรานั้นเอง ภาษาที่พวกเราชอบใช้กันคือ ทำให้ "บอทไต่" ไปได้ทั่วทั้ง blog ของเรานั้นเอง

How to add Breadcrumb to Blogger or Blogspot Post

การใส่ Breadcrumb ลงใน Blogger หรือ Blogspot ไม่ไช้เป็นเรื่องที่ยากลำบากนัก หลังจากที่ได้ลองค้นหาข้อมูลตาม blog และ/หรือ เวปของต่างประเทศ พร้อมทั้งลองผิดลองถูก เพื่อทดสอบผลลัพธ์ จึงสรุปเป็นขั้นตอนให้ทุกคนได้ทำตามอย่างง่ายๆ ได้ดังนี้

  1. Login เข้าสู่หน้า  blog ของท่าน หากท่านยังไม่ได้ login
  2. ไปที่ Template
  3. ทำการสำรองข้อมูลของ Blog ไว้ก่อนทำการแก้ไข "สำคัญเป็นอย่างยิ่ง" หากเกดความผิดพลาดขึ้นมา ท่านจะได้เอาไฟล์สำรองมาทำการแก้ไข blog ให้กลับคืนมาได้ (หากท่านไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร ในการ Backup/Restore blog ของท่าน โฟสคอมเม้นท์ไว้นะครับ จะได้มาเขียนให้ทุกท่านได้ทราบอีกที)
  4. คลิกที่ Edit HTML เพื่อเข้าสู่หน้า Edit Template
    How to add Breadcrumb - Edit Template
  5. ค้นหา ข้อความนี้จาก HTML code โดยการกด Ctrl+F แล้วค้นหา <div class='blog-posts hfeed'> และ <data:defaultAdStart/>
  6. เมื่อพบแล้ว ให้ทำการก๊อปปี้ โค๊ดสีแดง ข้างล่างนี้ไปใส่ต่อจาก <div class='blog-posts hfeed'>
<b:includable id='main' var='top'>
<b:if cond='data:top.showPlusOne'>
<script expr:src='data:top.plusOneJsUrl'/gt;
</b:if>
<!-- posts -->
<div class='blog-posts hfeed'>
<!--Breadcrumb Hack - disable default status message
<b:include data='top' name='status-message'/>default status message disabled -->
<b:include data='posts' name='breadcrumb'/>

<data:defaultAdStart/>

      7.  จากนั้นให้นำ code ต่อไปนี้ ไปวางไว้ก่อน <b:includable id='main' var='top'>
<b:includable id='breadcrumb' var='posts'>
<b:if cond='data:blog.homepageUrl == data:blog.url'> 
<!-- No breadcrumb on front page --> 
<b:else/> 
<b:if cond='data:blog.pageType == "item"'> 
<div class='breadcrumbs'> 
Browse » <a expr:href='data:blog.homepageUrl' rel='tag'>Home</a> 
<b:loop values='data:posts' var='post'> 
<b:if cond='data:post.labels'> 
<b:loop values='data:post.labels' var='label'> 
<b:if cond='data:label.isLast == "true"'> » <a expr:href='data:label.url' rel='tag'><data:label.name/></a> </b:if> </b:loop> 
» <span><data:post.title/></span> </b:if> </b:loop> </div> 
<b:else/> 
<b:if cond='data:blog.pageType == "archive"'> 
<div class='breadcrumbs'> 
Browse » <a expr:href='data:blog.homepageUrl'>Home</a> » Archives for <data:blog.pageName/> </div> <b:else/> 
<b:if cond='data:blog.pageType == "index"'> 
<div class='breadcrumbs'> 
<b:if cond='data:blog.pageName == ""'> 
Browse » <a expr:href='data:blog.homepageUrl'>Home</a> » All posts <b:else/> 
Browse » <a expr:href='data:blog.homepageUrl'>Home</a> »
Posts filed under <data:blog.pageName/> 
</b:if> </div> </b:if> </b:if> </b:if> 
</b:if>
</b:includable>

      8.  จากนั้นทำการ Save Template เป็นอันเสร็จสิ้นวิธีการใส่  Breadcrumb ให้กับ Blogger / Blogspot ของเราเพื่อให้คนที่เข้าเวป และช่วยในเรื่อง SEO ของ blog เราครับ

หาท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการให้ช่วยเหลือในด้านใด รบกวนช่วยโฟสไว้ในคอมเมนต์ หรือที่ facbook fanpage ของเรานะครับ ไว้พบกันใหม่ครับ

Sunday, February 8, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน เขียนบทความรีวิวสินค้าอย่างไรให้โดนใจคนซื้อ

How to write product reviews ที่โดนใจลูกค้า

     ห่างหายกันไปนานเพราะมัวแต่ยุ่งๆ อยู่กับงานประจำ (Active Income) ทำให้ต้องห่างหายไปกับการเขียนบทความและงานไม่ประจำแบบ Passive Income
     ช่วงนี้พอที่จะเจียดเวลาได้บ้าง และเริ่มสนใจในการทำวิดีโอ รวมกับครั้งก่อนที่สัญญาไว้ว่าจะเริ่ม แปล & แชร์ เนื้อหาหรือบทความจากเว็บต่างประเทศ จาก e-book ต่างๆ ที่ตัวเองมีหรือหามาได้ เลยจัดมาให้ทุกท่านได้อ่าน ได้ชมกันก่อน เป็นปฐมแรก โดยในการนี้จะเป็นการนำบทความที่น่าสนใจจากเว็บชื่อดังที่เราๆ ท่านๆ ชอบเอาบทความไป submit ไปฝาก ไปหา backlink กันอย่างมากมาย นั่นคือ EzineArticles.com โดยบทความนี้มีชื่อว่า Product Review Article Template - Write a Product Review to Help Consumers Make Timely Decisions (ขอขอบคุณ อาจารย์ลุงฯ ของผมเองที่แชร์บทความนี้มาให้อ่าน จึงทำให้เกิดการ แปล & แชร์ บทความนี้ขึ้นมา)

เขียนบทความรีวิวสินค้าอย่างไร ให้โดนใจคนซื้อ

Credit : EzineArticles.com

     ในการทำ Internet Marketing หาเงินออนไลน์ ไม่ว่าจะตลาดไหนก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนจะหนีไปไม่พ้นก็คือการเขียน บทความรีวิวสินค้าหรือบริการ เพื่อให้ผู้อ่านหรือผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บของเราใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าและบริการนั้นๆ

     แต่ทุกคนที่ทำตรงนี้จะติดกันอยู่ที่ไม่รู้จะเขียนอะไร รีวิวแบบไหนดี (ในที่นี้จะไม่พูดถึงเรื่องภาษานะครับ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ เราอ่อนพอๆกัน) แต่เราจะมาเรียนรู้ถึงขึ้นตอน รูปแบบ วิธีการง่ายๆ ในการที่จะเขียนบทความรีวิวสินค้าอย่างไรให้โดนใจคนซื้อ

ขั้นตอนและวิธีการเขียนบทความรีวิว     

     ตามที่เกริ่นไว้แต่แรกครับ ว่าตอนนี้กำลังหัดทำ วิดีโอ เลยขอนำเสนอบทความ แปล & แชร์ ในร฿ปแบบของ Content Video ติดตามชมกันได้จากวิดีโอด้านล่างนี้ครับ

     เนื่องจากเป็นมือใหม่ หัดทำ Content Video เป็นครั้งแรก อาจจะไม่ไม่ดี หรือถูกใจ หลายๆท่าน ในนามของ ลุงกบ - offroadimer ก็ต้องขอโทษทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย และพร้อมที่จะน้อมรับคำติ ชม จากทุกๆท่านด้วยความเต็มใจ ฝากคอมเม้นท์ไว้ด้านล่าง หรือที่ Facebook Fan Page ของเรา หรือกดติดตาม ช่องวิดีโอของ ลุงกบ นะครับ จะได้ไม่พลาดการติดตามเมื่อมีการอัพเดทบทความใหม่ๆ ในวันข้างหน้า

Friday, January 23, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน ทำ Pop Up Facebook Like Box ให้กับ Blog ของเรา

Create One Time Facebook Like Pop Up for Our Fan Page

     ขั้นเวลา ก่อนที่หนังสือ อ่าน สรุปใจความ แปล & แชร์ เรื่องแรกจะมาไวๆ นี้ วันนี้สิ่งที่จะลองนำเสนอ คือ อยากจะทำให้เหมือนเวปของเทพๆ ทั้งหลาย ที่เอาไว้แชร์ความรู้ประสบการณ์ให้กับคนอื่นๆ 
     หลายท่านคงจะเขียนเห็นเวปใหญ่ๆ ดังๆ เขาจะมี Pop Up เด้งขึ้นมาเพื่อให้ผู้เข้าชมกด "Like" แฟนเพจของเราก่อนที่จะเข้าไปอ่านเนื้อหาใน Blog (อิๆๆๆ แอบคาดหวังว่าจะมีคนมา Like Fan Page ของเรามากขึ้น
     โดยที่เมื่อทำเสร็จแล้ว หากเป็นการเข้ามา Blog ของเราเป็นครั้งแรกจะมี Pop Up ให้ทำการ "Like" ก่อน แต่ถ้าหาก Like ไปแล้ว หรือเคยเข้ามาใน Blog ของเรามาแล้ว Blog จะเก็บคุกกี้ (Cookies) เอาไว้ เมื่อเรามาเข้า Blog ในครั้งต่อไป จะไม่มีการแสดงขึ้นมา
     เอาล่ะมาดูหน้าตากันว่าจะออกมาแบบไหน ดังรูปด้านล่าง

Step by Step เริ่มต้นกันเลยดีกว่า

     หากถามว่าเอามาจากไหน ตอบได้เลยครับ มั่วคำถาม ไปถามคุณครูเกิลฯ มาจนได้มาเป็นหน้าตาแบบนี้ ด้วยคำถามและได้คำตอบจากคุณครูเกิ๊ลฯ มาแบบนี้ load facebook like box before enter to blogger (ลองคลฺีกดูกันเอานะ คุณครูตอบได้หมด แต่ต้องรู้จักตั้งคำถามนะ)

Step 1 : เข้าไปที่ Blog ของเราแล้วไปที่ Layout แล้วเลือก Add ฟ Gadgets แบบ "html/javascript"




Step 2 : จากนั้นให้ทำการ Add Code ข้างๆ นี้ไปใส่ใน Gadget ของเรา
<style>

/*
ColorBox Core Style:
The following CSS is consistent between example themes and should not be altered.
*/
#colorbox, #cboxOverlay, #cboxWrapper{position:absolute; top:0; left:0; z-index:9999; overflow:hidden;}
#cboxOverlay{position:fixed; width:100%; height:100%;}
#cboxMiddleLeft, #cboxBottomLeft{clear:left;}
#cboxContent{position:relative;}
#cboxLoadedContent{overflow:auto;}
#cboxTitle{margin:0;}
#cboxLoadingOverlay, #cboxLoadingGraphic{position:absolute; top:0; left:0; width:100%;}
#cboxPrevious, #cboxNext, #cboxClose, #cboxSlideshow{cursor:pointer;}
.cboxPhoto{float:left; margin:auto; border:0; display:block;}
.cboxIframe{width:100%; height:100%; display:block; border:0;}
/*


User Style:
Change the following styles to modify the appearance of ColorBox. They are
ordered & tabbed in a way that represents the nesting of the generated HTML.
*/
#cboxOverlay{background:#000;opacity:0.5 !important;}
#colorbox{
box-shadow:0 0 15px rgba(0,0,0,0.4);
-moz-box-shadow:0 0 15px rgba(0,0,0,0.4);
-webkit-box-shadow:0 0 15px rgba(0,0,0,0.4);
}
#cboxTopLeft{width:14px; height:14px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) no-repeat 0 0;}
#cboxTopCenter{height:14px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpDgHQTI12aqpmmvs_Fs0UPSib2Zm3BB61v9w0YdOXpY57tLrLQmZiBRzr4q64euTdH7hSEu0yckPtjsddsn16iUpSZ1A8CQhxKUNhRp1u6ydD4NJAFa17o5Xz5x9IJZZLYLttAaiTdiTs/s1600/border.png) repeat-x top left;}
#cboxTopRight{width:14px; height:14px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) no-repeat -36px 0;}
#cboxBottomLeft{width:14px; height:43px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) no-repeat 0 -32px;}
#cboxBottomCenter{height:43px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpDgHQTI12aqpmmvs_Fs0UPSib2Zm3BB61v9w0YdOXpY57tLrLQmZiBRzr4q64euTdH7hSEu0yckPtjsddsn16iUpSZ1A8CQhxKUNhRp1u6ydD4NJAFa17o5Xz5x9IJZZLYLttAaiTdiTs/s1600/border.png) repeat-x bottom left;}
#cboxBottomRight{width:14px; height:43px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) no-repeat -36px -32px;}
#cboxMiddleLeft{width:14px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) repeat-y -175px 0;}
#cboxMiddleRight{width:14px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) repeat-y -211px 0;}
#cboxContent{background:#fff; overflow:visible;}
#cboxLoadedContent{margin-bottom:5px;}
#cboxLoadingOverlay{background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiqT502by6wmGrT555vVscGESUao0_sqZn-qrf3ZU56ATQ8_HDt-1zeqYB2OnFeAA_A3zKV_ZjIojnmnJ7hxvbk_8W3izf0TMaNQirh6qZXNH-5JQNRtxmJlB0sY14zXXGqyhNNfQ2TTP0C/s1600/loading-background.png) no-repeat center center;}
#cboxLoadingGraphic{background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhylYF2Rqmdg95atDRCbBnqNcbXcp6OY2_j3_vwk4XlEi1RyQU4dJ0cW0MqFw-OXjSVE2xSSJf7fmHHxQyLCn7LrJ7wKRdJuQDqhJ9jiBTi8aTcSVD22TLLK4e7Dswl3MIfZp9goh0VB8tA/s1600/loading.gif) no-repeat center center;}
#cboxTitle{position:absolute; bottom:-25px; left:0; text-align:center; width:100%; font-weight:bold; color:#7C7C7C;}
#cboxCurrent{position:absolute; bottom:-25px; left:58px; font-weight:bold; color:#7C7C7C;}
#cboxPrevious, #cboxNext, #cboxClose, #cboxSlideshow{position:absolute; bottom:-29px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) no-repeat 0px 0px; width:23px; height:23px; text-indent:-9999px;}
#cboxPrevious{left:0px; background-position: -51px -25px;}
#cboxPrevious.hover{background-position:-51px 0px;}
#cboxNext{left:27px; background-position:-75px -25px;}
#cboxNext.hover{background-position:-75px 0px;}
#cboxClose{right:0; background-position:-100px -25px;}
#cboxClose.hover{background-position:-100px 0px;}
.cboxSlideshow_on #cboxSlideshow{background-position:-125px 0px; right:27px;}
.cboxSlideshow_on #cboxSlideshow.hover{background-position:-150px 0px;}
.cboxSlideshow_off #cboxSlideshow{background-position:-150px -25px; right:27px;}
.cboxSlideshow_off #cboxSlideshow.hover{background-position:-125px 0px;}
/*-----------------------------------------------------------------------------------*/
/* Facebook Likebox popup For Blogger
/*-----------------------------------------------------------------------------------*/
#subscribe {
font: 12px/1.2 Arial,Helvetica,san-serif; color:#666;
}
#subscribe a,
#subscribe a:hover,
#subscribe a:visited {
text-decoration:none;
}
.box-title {
color: #3B5998;
font-size: 20px !important;
font-weight: bold;
margin: 10px 0;
border:1px solid #ddd;
-moz-border-radius:6px;
-webkit-border-radius:6px;
border-radius:6px;
box-shadow: 5px 5px 5px #CCCCCC;
padding:10px;
line-height:25px; font-family:arial !important;
}
.box-tagline {
color: #999;
margin: 0;
text-align: center;
}
#subs-container {
padding: 35px 0 30px 0;
position: relative;
}
a:link, a:visited {
border:none;
}
.demo {
display:none;
}
</style>
<script src='http://ajax.googleapis.com/ajax/libs/jquery/1.5/jquery.min.js'></script>
<script src="http://yourjavascript.com/11215013191/jquery.colorbox-min.js"></script>
<script type="text/javascript">
jQuery(document).ready(function(){
if (document.cookie.indexOf('visited=true') == -1) {
var fifteenDays = 1000*60*60*24*30;
var expires = new Date((new Date()).valueOf() + fifteenDays);
document.cookie = "visited=true;expires=" + expires.toUTCString();
$.colorbox({width:"400px", inline:true, href:"#subscribe"});
}
});
</script>
<!-- This contains the hidden content for inline calls -->

<div style='display:none'>
<div id='subscribe' style='padding:10px; background:#fff;'>
<h3 class="box-title">Receive all updates via Facebook. Just Click the Like Button Below<center><p style="line-height:3px;" >▼</p></center></h3> 
<center>

<iframe src="//www.facebook.com/plugins/likebox.php?href=http%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fspiceupyourblog&amp;width=300&amp;colorscheme=light&amp;show_faces=true&amp;border_color=%23ffffff&amp;stream=false&amp;header=false&amp;height=258" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:300px; height:258px;" allowtransparency="true"></iframe>

</center>
<p style=" float:right; margin-right:35px; font-size:9px;" >Powered By | <a style=" font-size:9px; color:#3B78CD; text-decoration:none;" href="http://www.spiceupyourblog.com">Blog Gadgets</a> Via <a style=" font-size:9px; color:#3B78CD; text-decoration:none;" href="http://www.mybloggertricks.com">Blogger Widgets</a></p>
</div>
</div>

Step 3 : จุดที่ต้องแก้ไข
  • เปลี่ยน Receive all updates via Facebook. Just Click the Like Button Below เป็นคำที่เราต้องการ (หรือจะไม่เปลี่ยนก็ได้นะ
  • เปลี่ยน spiceupyourblog เป็นชือ่ Fanpage ของเรา
Step 4 : จัดการบันทึกซะ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ลอง View Blog ดูเอานะครับ

     แค่นี้ก่อนสำหรับวันนี้ หวังว่าคงจะพอแก้ขัดระหว่างรอบทความ แปล & แชร์ กันนะครับ และก็คงจะช่วยให้เรามี Social Signal เข้า Blog ของเรามากขึ้นด้วย เพื่อ หาเงินออนไลน์ แบบ Passive Income

Notes : ขอบคุณ  spiceupyourblog.com สำหรับข้อมูลดีๆที่เอามาใช้ปรับแต่ง Blog ของเรา


Tuesday, January 20, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน เป้าหมายเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์

สถานการณ์เป้าหมายเปลี่ยน


     สืบเนื่องมาจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้เขียนบทความอะไรสักเท่าไหร่ เป็นแวลาถึง 7 วันเต็มๆ จึงได้ไล่เขียนบทความเพื่อให้ทันกับวันและเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ตัวเองได้พบประสบมาคือ

  • งานประจำ ที่ยังคงต้องเอามาทำที่บ้านหลังเลิกงาน เพราะเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ และเป็นรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
  • หากบีบรัดตัวเองไปให้เขี้ยนบทความให้ได้อย่างที่ตัวเองคิดและต้องการ ต้องใช้เวลามากกว่าที่คิด รวมถึงหลายเรื่องที่ทำเป็นแบบ How to ย่อมต้องใช้เวลามากขึ้นอีกหลายเท่าตัวเพื่อให้งานออกมาดีในระดับที่ตัวเองต้องการ
  • เรือ่งนี้เป็นเรื่องใหญ่ พอมาทุ่มเทเวลาให้กับงานเขียน สิ่งที่เกิดตามมาคือ งาน Passive Income อื่นๆ ที่พยายามศึกษาและทำออกมาเพื่อให้เป็นรายได้ หายไปหมด ไม่มีเวลาได้ทำเลย


    นี่เรากำลังมาหลงทางใช่ไหม? หรือว่าเราทำอะไรตรงไหนผิด?
    แต่คงจะไม่ปิดหรอกที่เราทำแบบนี้ แค่เรายังจัดสรร และแบ่งเวลางานได้ไม่ดีพอ หลังได้คุยหลังไมค์กับพี่นอกวงการ Internet Marketing พี่เขาก็บอกว่า

  • ง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เราให้ความสำคัญตรงจุดไหนมาก ก็ไปตรงนั้นก่อน แบ่งสัดส่วนการทำงานลงมา
  • เขียนวันละบทความ เปลี่ยนเป็น 2-3 วัน หรือสัปดาห์ละบทความได้ไหม?
  • เขียนทุกวันในงานที่เกี่ยวข้องกับการหาเงินออนไลน์ มีวัตถุดิบพอในการเขียนหรือ เท่าที่ฟังมา ก็ไม่ใช่อย่างที่เรียกว่าเทพๆ ไม่ใช่รึ?
  • Flexibility เราก็เป็นคนที่รู้จักกับเรื่องพวกนี้ดีนี่นาในการทำงานประจำแบบ Active Invome ทำไมพลาดไปล่ะ ไม่รู้จักเอามาประยุกต์ใช้ บีบตัวเองอยู่นั่นแหละ
  • และก็ บลา บลา บลา (มาเป็นชุด)

เรียงลำดับความสำคัญ

    หลังจากที่ได้รับฟัง และมานั่งเรียบเรียงเป้าหมายและความต้องการของตัวเองใหม่อีกครั้ง จากเดิมที่เขียนไว้กว้างๆ ใน Day 1/2015 : My target 2015 เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน ว่าฉันจะ :

  • ทำงาน Passive Income วันละ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
  • เขัยนบทความ 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ อย่างน้อยวันละ 1 บทความ (อย่างน้อยที่สุดต้องได้ 1 บทความ ภาษาไทย)
  • บทความที่จะเขียน ให้ลำดับความสำคัญ 1-2-3เป็น
    • งาน Passive Income
    • งาน Active Income
    • เรื่อง General ทั่วๆไป
  • ตลาดหรืออะไรที่จะทำ ยังไม่รู้ แต่ต้องทำสำหรับงาน Passive Income
ข้อแรก ทำได้ทุกวัน
ข้อสอง นี่คือจุดที่ต้องเปลี่ยนแปลงทำทุกวันคงไม่ไหว ขอเปลี่ยนเป็น อย่างน้อยสัปดาห์และ 1 บทความ ภาษาไทย
ข้อสามและข้อย่อย จากข้อสองด้านบน คงจะเน้นเขียนบทความเกี่ยวกับ Passive Income เป็นหลัก
ข้อสี่ เป้าหมายคือ CB หรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่ Amazon ที่ยังคงต้องรักษา account ไว้สุดชีวิต

เป้าหมายที่ต้องเดิน

เป้าหมายปี 2015 สำหรับงานเสริม Passive Income ที่ 10,000 $


ถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุด ดังนั้นต้องรีบหาช่องทางข้อสี่ให้ได้โดยไว ส่วนเป้าหมายรองคือ การให้ได้บัญชี Adsense จาก Blog นี้ สาธุ ขอให้ได้ทีเถอะ

Friday, January 16, 2015

Day 11/2015 : จับ Facebook Fan Page มาใส่ Blogspot

แต่งหน้าตาอีกนิดจับ Facebook Fan Page มาใส่ Blogspot

     วันนี้ขอแต่งหน้าตา Blog ของตัวเองอีกสักหน่อย เขาว่ากันว่า หากจะทำ blog ให้ดี ต้องมี Social Signal เอาไว้ Like & Share เจ้า blog หรือ web ของเราให้กู่ก้องให้กว้างไกลออกไป เป็นการทำ Offpage ชั้นดี ที่จะทำให้ blog หรือ web ของเรามีความน่าเชื่อถือ
     แต่ขอโทษนะครับ อาจจะผิดหวังสักหน่อยถ้าได้มาอ่าน blog ของผม blog นี้ เพราะว่าไม่มีครับ ไม่มีอะไรเลย ทั้ง onpage หรือ offpage (หรือว่าอาจจะมีหว่า) เพราะว่าไม่เคยได้ศึกษามาอย่างลึกซึ้งสักอย่างเดียว อาศัยอะไรนะหรือ ... คำตอบคือ ลูกมั่วครับ มั่วไปหมด มั่วไปทุกเรื่อง แล้วแบบนี้จะสร้าง Passive Income กันได้อย่างไรหว่า สงสัยว่าจะต้องเป็นหมาล่าเนื้อหากินกับ Active Income อย่างเดียวแน่ๆ จะเลยเถิดไปแล้ว มาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า

มาสร้าง Facebook Fanpage กันก่อน

    สร้างอะไร สร้างอย่างไร แล้วมันคืออะไรหนอ เจ้า Facebook Fanpage นี่ ไม่สอนนะครับ ทุกท่านเป็น expert กันอยู่แล้วในเรื่องนี้ เอาเป็นว่าหากท่านใดไม่เคย ก็แนะนำให้ดู Video อันนี้ก็แล้วกัน
    เครดิตคุณ : FIXFOTO CINEMA เจ้าของวิดีโอไว้ ณ.ที่นี้ด้วยนะครับ


     ส่วน Fanpage ของเราหน้าตาเป็นแบบนี้ โดยไอเดียของ Concept นี้คือที่ตั้งใจไว้นานมากแล้ว ตัวเองอยากจะเป็น Off-Road IMer คนขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่รักและหาเงินท่องเที่ยวจากการทำ Internet Marketing หาเงินออนไลน์ เป็น Passive Income 
     เมื่อได้ idea concept ว่าอยากจะได้ Profile แบบไหน อยากให้ Fanpage Cover ออกมาเป็นหน้าตาอย่างไร ก็ต้องหาวัตถุดิบมาทำ ฝืมือขั้นเทพอย่างเราน่ะรึ ไม่ยากนักหรอกครับ ถาม คุณครูเกิล เก็บเอามาจากคุณครูเกิล ตามเคย แต่ต้อง ทำการตัดแต่งพันธุกรรม จับเล็กผสมน้อยตามไอเดียของเรากันเองนะครับ
     โดยเครื่องมือต่างๆที่ใช้ในการทำงานขั้นเทพของเราก็ไม่พ้นจากการถาม คุณครูเกิล อีกตามเคย โดยที่ผมใช้ก็มีไม่กี่ที่ เอามาแชร์ให้ทุกท่านนะครับ ก็มี
  • http://www.timelinecoverbanner.com/  เอาไว้เป็นตัวหลักในการสร้าง Fanpage Cover
  • http://apps.pixlr.com/editor/ เอาไว้ตัดต่อ ตกแต่งรูปภาพอย่างง่ายๆ
  • Microsoft Word ใช่ครับ เอาไว้ในกรณีที่ทำอะไรบางอย่าง หรือหาอะไรไม่ได้ก็มาจบที่เครื่องมือตัวนี้
  • Snipping Tool ของฟรีใน Microsoft Windows ที่ขาดไม่ได้ในการตัดแต่ง จับภาพต่างๆ
     ครับมีแค่นี้จริงๆในการทำงานเกี่ยวกับสุดยอดภาพกราฟฟิคของผมเอง

สุดท้าย หน้าตา Fanpage ของผมออกมาเป็นแบบนี้


สร้าง Like Box ใน Blog ของเรา

     หลังจากที่เราได้ทำการก่อร่างสร้าง Fanpage ของเราไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องศึกษาหาความรู้ในสิ่งที่เราต้องการจาก "คุณครูเกิล" อีกเช่นเคย และแล้วหลังจากที่ได้เรียนรู้กับคุณครูเกิลฯ มาสอง-สามเวป เราก็ได้รู้ถึงขั้นตอนการทำกันละ มาเริ่มกันเลยล่ะกัน

     ขั้นตอนแรกให้เข้าไปที่ https://developers.facebook.com/docs/plugins/like-box-for-pages นี่คือสิ่งที่ Facebook จัดเตรียมเอาไว้ให้เรา
     จากนั้นก็ปรับแต่ง Option ต่างๆ ตามใจชอบ แต่ที่ขาดไม่ได้คือ URL ของ Facebook Fanpage ของเรานะครับ ไม่ใส่ไม่ได้ ไม่งั้นค่า default ที่ตั้งไว้คือหน้าเฟสฯ ของเราเอง

ของผมจะยังไม่มีอะไรนะครับ เพราะว่า แฮะๆๆ เพิ่งสร้าง มีแค่ผมคนเดียวที่ Like
จากนั้น คลิ๊กที่ Get Code เพื่อจะได้เอา code ไปติดตั้งใน Blog ของเรา โดยเลือก code แบบ iFrame นะครับ อย่าลืม


ติดตั้ง Like Box ลงใน Blog ของเรา

     เข้าไปยัง Blog ของเรา เลือก Layout เพื่อกำหนดการติดตั้ง จากนั้น Add Gadgets ลงไปหนึ่งตัวโดยเลือกแบบ HTML/JavaScript


จากนั้นใส่ Code iFrame ที่ได้มาลงไปแล้วจัดการ save เป็นอันเสร็จวิธีการ


คราวนี้มาดูกันว่าหน้าตา Blog ของเราจะออกมาเป็นแบบไหน โดยการจัดการ View Blog ของเรา


เป็นอย่างไรบ้างครับ ไม่ยากเกินไปใช่ไหม หากถูกใจ รบกวนช่วยกด Like ให้ผมด้วยนะครับ อิๆๆๆๆ

Tips of the day :

     พลังของ Social จะช่วยให้เวปหรือ Blog ของเราเป็นที่รู้จักและถูกใจ Google มากขึ้น

Thursday, January 15, 2015

Day 10/2015 : หาเงินออนไลน์ แล้วฉันจะทำอะไร อย่างไร ต่อไปดี

จะทำอะไร อย่างไร ต่อไปดี?


     ผ่านมาวันนี้วันที่ 15 แล้ว แต่ตัวเองเพิ่งจะเขียนวันที่ 10 นั่นก็หมายความว่า บทความที่ตั้งใจเขียนทุกวัน หายไปถึง 5 บทความ เอาล่ะซิ จะเอาอย่างไรต่อไปดี แล้วจะหาเงินออนไลน์ ทำ Passive Income  ได้อย่างไร ตัวเลือกที่จะเดินทางต่อไปจะเป็นเช่นไร ระหว่าง
  • ไม่ต้องไปสนใจ จะเขียนเมื่อไหร่ก็เขียน
  • เขียนชดเชย หาเวลาเขียนบทความเพื่อชดเชยวันเวลาที่หายไปให้ครบตามจำนวนวัน
     คนอื่นคิดว่าอย่างไรครับ คิดว่าผมจะเลือกเส้นทางไหน? ตอนนี้ผมมีคำตอบมีอยู่ในใจของตัวเองแล้ว พร้อมทั้งเหตุผลที่เลือก แต่ ... เอาไว้ตอนท้ายบทความนี้ก็แล้วกันนะครับ ค่อยมาฟังคำเฉลยกัน

คำถาม : ที่ผ่านมา 5 วัน หายไปไหนมา

     อย่างที่ทุกท่านทราบ ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ของทุกปี คือวันหนึ่งที่ เด็กๆ รอคอยกันมาตลอด ใช่แล้วครับมันคือวันเด็กแห่งชาตินั่นเอง
     คราวนี้คงจะพอเดากันออกหรือยัง ถ้ายังงั้นผมเฉลยให้ก็แล้วกัน ผมไปร่วมงานวันเด็กมาครับ ไม่ซิ ต้องบอกว่า ไปร่วมจัดงานมอบความสุขให้กับเด็กๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ร่วมกับเพื่อนๆ ชาว Off Road เล็กๆ ในนามของ ชมรมซูซูกิ ศรีราชา (Suzuki Sriracha Club) ในนามของงาน "สานฝัน วันเด็ก'58" วึ่งทางกลุ่มที่ผมเป็นสมาชิกอยู่นี้ได้ร่วมจัดงาน ปีนี้เป็นปีที่ 8 แล้ว ดังนั้นตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 9 ถึงวันอาทิตย์ที่ 11 ผมจึงหายไปจากโลกออนไลน์ เดินทางไปร่วมมอบความสุขให้กับเด็กๆ ที่ โรงเรียนบ้านแก่ง อ,กบินบุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนห่างไกล และไม่เคยมีใครเข้าไปจัดงานแบบนี้ให้กับเด็กๆ มาก่อน นอกจากที่ทางโรงเรียน จัดให้เด็กๆ ตามมีตามเกิด
     ไม่ขอกล่าวอะไรมากมาย เอาภาพมาฝากแทนก็แล้วกันนะครับ









กลับมาแล้วหายไปไหน ไม่มาเขียนบทความต่อ

     คำตอบก็คือ เพลียครับ อายุเยอะขึ้น เลยต้องการ การพักผ่อนที่มากกว่าปกติ ไม่เหมือนสมัยหนุ่มๆ ประกอบกับ งานประจำ Active Income ต้องทำรายงานและอะไรหลายๆ อย่างจึงต้องทุ่มเทเวลาที่มี ไปทางนั้นก่อน ไม่งั้นคงไม่มีกะตังค์กินข้าว แต่รถแน่ๆ ครับ

คำตอบว่าจะทำอะไรต่อไป

     ครับ คำตอบที่ผมเลือกคือ "เขียนชดเชย" เวลาที่หายไป ไม่ว่าจะกี่วัน ต้องหาเรื่องมาเขียนให้ครบตามกำหนดให้ได้ ดังนั้นจะต้องหาเวลามาเขียนและโฟสทันทีที่เขียนเสร็จ เพื่อให้ครบถึงวันที่ขาด และบีบตัวเองไม่ให้ดินพอกหางหมู แก้นิสัยขี้เกัยจของตัวเองด้วย
     สู้ๆๆๆๆๆ นะ บังคับตัวเอง ว่าต้องทำให้ได้

Notes of the day :

  • เขียนบทความไล่เก็บให้ครบวันที่ขาด ให้เสร็จภายในวันหยุดนี้
  • หาแนวทางของตัวเองให้ได้ว่าจะเขียนอะไร แนวทางมาจากที่ไหน และจะทำอย่างไร

Wednesday, January 7, 2015

Day 8/2015 : แก้ Menu Blogspot ให้เป็นอย่างที่เราต้องการ

ทำ Menu ให้เป็นแบบที่เราต้องการ


    วันนี้พอมีเวลามาเขียนต่อ หลังจากที่เน็ตฯ หอพักไม่สามารถใช้งานได้ เพราะบัตรเดือนหมดอายุ จะต้องจ่ายพร้อมกับจ่ายค่าเช่ารายเดือนและค่าน้ำ-ค่าไฟ เดือนนี้จ่ายช้าเพราะหยุดยาว กลับมาพักที่หอเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2558 แต่ปรากฏว่า บิลฯ ยังไม่มา ต้องรออีก 2-3 วันถึงจะได้จ่าย เพราะอะไรน่ะหรือ คำตอบคือ ป้าเจ้าของหอพักและครอบครัวไปเที่ยวเพิ่งจะหลับมา เลยไม่มีใครทำใบเสร็จแจ้งต่าใช้จ่ายให้ เลยต้องรอ มาอยู่หอพักแต่ไม่มีเน็ต ... แล้วเอาเงินที่ไหนมาจ่ายล่ะ คำตอบก็เงินจากงานประจำ Active Income เอามาจ่ายเพื่อเขียน Blog และ หาเงินออนไลน์ สร้าง Passive Income กันต่อไป (ยังไม่ได้สักบาท)

   พล่ามเรื่องอื่นมานาน เข้าเรื่องของเราดีกว่า เฮอๆๆๆๆๆ
   จากที่ติดค้างไว้ ว่าจะทำการแก้ไข Menu ของ Blogspot ที่ติดมากับ WPTOUCH Free Premium Blogger Template ให้เป็น Menu ในแบบที่เราต้องการ มาดูกันว่าที่ผมทำ ที่ผมศึกษาหาความรู้ ต้องทำอะไรกันบ้าง

เตรียมตัวกันก่อน

  •    สไตล์ผม อันดับแรก ถามอากู๋ฯ Google ก่อนเลย ผลไม่ได้อย่างที่เราคิด
  •    ต่อมาก็ไปดูใน WPTOUCH ของ premiumbloggertemplates.com ซิวาาจะได้อะไรมาบ้างไหมในการปรับแต่งเมนูฯ ปรากฏว่า ... มึนตึ๊บ มีแนะนำคล้ายๆแต่ยัง งงๆ อยู่เช่นเดิม  แต่ที่แน่ๆ รู้ว่าต้องแก้ไข Code ภาษา HTML อีกล่ะ
สุดท้าย แกะรอยครับ ดูซิว่า อยู่ตรงไหน จะลองทำอย่างไรได้บ้าง

แกะรอยหาที่แก้ไข Menu

     ตามสูตรเดิมครับ เข้า Blog ของเรา จากนั้นไปที่ template ตามด้วย Edit HTML แล้วกด Ctrl+F พิมพ์คำว่า Uncategorized หรือคำอื่นๆก็ได้ครับจากเมนู เช่น Home, Health แต่ที่ผมใช้คำนี้เพราะเหตุผลง่ายๆคือ มันไม่เหมือนกับคำปกติทั่วๆไป คงจะมีใน Code HTML ไม่มาก ก็จะทำให้ง่ายในการค้นหา ผลก็คือเป็นอย่างที่คิด หาง่ายมากๆ

ไล่กลับขึ้นไปดูซิว่าจุดเริ่มต้นน่าจะอยู่ตรงไหน นั่งไงเจอแล้วเห็นไหม ตรงคำว่า "Home" เข้าทางเราล่ะ


เจอล่ะ เอาล่ะซิ อย่างนี้ต้องทดสอบกันหน่อย หากจะไม่ให้แสดงเมนูนั้นๆ จะทำอย่างไร โดนไม่ต้องลบ HTML Code เก่าออก คำตอบคือใส่ comment ลงไปแทน ซึ่งในภาษา HTML จะใส่ comment จะมีรูปแบบคือ
<!-- ใส่คอมเมนต์ไว้ภายในเครื่องหมายนี้ตามที่เราต้องการ -->

ทำไงต่อดี แบบนี้ต้องทดสอบๆๆๆๆๆ โดยการปิดไม่ให้แสดงเมนู "BUSINESS" ก็แล้วกันนะ โดยการใส่ Comment ค่อมไว้ตามภาพ

จากนั้นก็ save แล้วลอง view เปรียบเทียบกันดู
ก่อนใส่ Comments

หลังใส่ Comments
ได้ใจ ลองอีก ฮ่าๆๆๆ คราวนี้ เอาเมนูฯ ออกหมดเลยเหลือไว้แต่ "HOME"
เหลือแต่ HOME หลังจากทดลองอีกครั้ง

หัวใจของการทำเมนู (Menu ใน Blogspot)

     หลักในการทำเมนูคือการใช้ความรู้เกี่ยวกับภาษา HTML ในเรื่องของการทำ ลิสต์ (List Order) นั่นเอง  หากท่านใดต้องการเรียนรู้ก็ถามหาอากู๋ฯ กันนะครับ มีความรู้มากมายอยู่ที่นั้น ในที่นี้จะไม่กล่าวถึง

ออกแบบเมนูของตัวเอง

     เราอยากออกแบบยังไงก็ตามแต่ใจที่เราต้องการนะ ในมุมมองของตัวเอง อยากให้มีแบบนี้

  • Home
  • My Income Journey
  • Passive Income
  • Active Income
  • General Topics
  • About and Contact Me

โดยที่ "About & Contact Me" จะเป็น Pages เหมือน "Home" แต่จะทำอย่างไรยังไม่รู้ ติดไว้ก่อนนะครับ

Final Design Menu of this day

    ก็ไม่มีอะไรมาก ใส่ Comment คร่อมของเก่าไว้แล้วใส่ของใหม่ไปดังภาพ

ผลที่ได้มาคือ


สุดท้ายก็ได้ตามแบบที่เราต้องการล่ะทีนี้
แล้วเราค่อยมาอธิบายอีกที รวมถึงเราจะทำอย่างไรให้คลิ๊กที่เมนูแล้วพาเราไปยังหน้าที่เกี่ยวข้อง รอติดตามชมกันต่อไปนะครับ

Tips of the day :

     รู้อะไรสักแค่ไหน ก็ไม่เท่ารู้แล้วลงมือทำเพื่อฝึกฝนความรู้ให้มากขึ้น



Day 7/2015 : ติดตั้ง Stat Counter กันหน่อย

Stat Counter ตัวนับคนเข้า Blog


     จาก Day 6/2015 : เล่นกับ Featured Content Slider ที่บอกไว้ว่าจะทำการแก้ไข Menu ของ Blogger Template แต่ขอติดไว้ก่อนครับ ขอเป็นติดตั้ง Stat ไว้ดูก่อนละกันว่า Traffic เป็นอย่างไรบ้าง

Stat หรือตัวนับ คืออะไร

     ก็ตามชื่อเลยครับ Stat หรือตัวนับ (Counter) ก็คือเวปกลางเวปหนึ่ง (ที่จริงจะมีหลานที่มากๆ) แต่ที่บ้านเราชอบใช้กัน คือ Histats กับที่ Statcounter มีเอาไว้ให้เรารู้ว่ามีคนเข้าชมเวปเราเท่าไหร่ในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี และสามารถเข้าไปดูสถิติต่างๆได้ เช่นว่ามาจากที่ไหน มาจากค้ำค้น หรือ key word คำไหน ซึ่งเราสามารถนำเอามาใช้ในการต่อยอดในการทำเวปหรืออื่นๆได้

Histats Counter

     สำหรับผมจะใช้ Histats เป็นหลักนะครับ สมัครฟรีได้ที่นี่ครับ คลิ๊กเข้าไปสมัครเลย (วิธีการสมัครง่ายๆ นะครับคงจะไม่เอามาลงในนี้) เมื่อสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีเมล์แจ้งให้เราไป Activate Account ของเราซะก่อน จากนั้นก็ลุยกันต่อไปได้เลย

เริ่มต้นก็ตั้งค่า Histats กันก่อน

      อันดับแรก หลักจากที่เราสมัครและ Login เข้า Histats.com เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้คลิ๊ก Control Panel ที่มุมบนขวามือ 

      จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้า Control Panel ให้กด "+Add a Website"

     จะเข้ามาสู่หน้านี้

     จากนั้นให้ทำการกรอกข้อมูลลงไปให้ครบถ้วนตามรูป แล้วจึงกด Continue

ใส่ URL ของเวปและเลือกเวลาที่จะให้ Counter Update พร้อมเลือก Category ที่เหมาะกับเวปของเรา

ใส่ Title และ Description และกรอก Captcha จากนั้นจึงกด Continue


จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอ


ให้ทำการคลิ๊กที่ชื่อเวปหรือ blog ของเราเพื่อเข้าสู่หน้าจอที่ใช้แสดง stat หรือสถิติต่างๆของเวป/blog ของเรานั่นเอง

 เอา Counter ไปไว้ในเวป/Blog ของเรากันอย่างไรดี

     หลังจากที่เราตั้งค่าต่างๆเรียบร้อยแล้ว ค่อไปเราก็จะเอา stat counter หรือตัวนับไปไว้ในเวป/Blog ของเรา ทำอย่างไร เราตามมาดูกันครับ

     อันดับแรกให้คิล๊กตรง "COUNTER CODE"บริเวณแถวๆ มุมบนขวามืออีกเช่นเคย
   ต่อมาให้ คลิ๊ก +add new counter เพื่อกำหนดค่าและลักษณะของ counter ที่จะให้แสดงบนเวป/Blog ของเรา
จากนั้นเลือกว่าจะให้มีข้อมูลอะไรบ้างที่จะแสดงบน Counter ที่หน้าเวป/Blog ของเรา
จากนั้นให้กด save เป็นอันเสร็จแรียบร้อย แล้วเราก็จะเจอหน้าแบบนี้
ให้กดที่หมายเลข Counter ที่เราสร้างไว้เพื่อเอา code ไปใส่ไว้ในเวป/Blog ของเรา

 Counter Code

     <!-- Histats.com  START  (standard)-->
<script type="text/javascript">document.write(unescape("%3Cscript src=%27http://s10.histats.com/js15.js%27 type=%27text/javascript%27%3E%3C/script%3E"));</script>
<a href="http://www.histats.com" target="_blank" title="free webpage hit counter" ><script  type="text/javascript" >
try {Histats.start(1,2896556,4,24,200,50,"00010000");
Histats.track_hits();} catch(err){};
</script></a>
<noscript><a href="http://www.histats.com" target="_blank"><img  src="http://sstatic1.histats.com/0.gif?2896556&101" alt="free webpage hit counter" border="0"></a></noscript>
<!-- Histats.com  END  -->

ติดตั้ง Stat บน Blog ของเรา

     เข้าไปยัง Blog ของเรา แล้วเลือกเข้าไปที่ Layout จากนั้นก็ Add Gadget ไปหนึ่งอันเพื่อเอาไว้แสดง Counter โดยให้เลือก HTML/JavaScripts Gadget

ตั้งชื่อและนำ Code ที่ได้มาจาก Histats ลงใน HTML/JavaScripts Gadget

จากนั้น Save Text Gadget และ Save ให้เรียบร้อย

หน้าตาของ Counter บน Blog ของเรา

     หลังจากติดตั้งเรียบร้อย มาดูกันหน่อยว่า หน้าตาจะเป็นอย่างไร

 แล้วที่ Histats ล่ะ จะออกมาเป็นแบบไหน

คราวนี้เราก็จะมีข้อมูลเพิ่มเติมกันล่ะสำหรับอนาคตต่อไปว่าจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง ไว้มี traffic เข้ามาก่อนนะ แล้วจะเอามาให้ดูต่อว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเราจะทำ Passive Income จากข้อมูลนี้ได้อย่างไร

Notes of the day :

    รู้เขา รู้เรา มีโอกาสชนะ เท่ากับมีโอกาสในการทำเงินได้มากขึ้น Stat จากตัว Counter จะสามารถช่วยเราได้ว่าอนาคตต่อไป เราจะทำอะไรต่อกันดี