2015 เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน

ความฝันไม่มีที่สิ้นสุด ต้นปี 2015 พบว่าหน้า Facebook ของตัวเองมีเพื่อนๆ และบรรดา "เทพ" สรุปผลงานปี 2014 และเป้าหมายปี 2015 กันอย่างมากมาย บางคนเดือนละ $1M บางคนเป้าหมายสิ้นปีที่ $1M เลยทำให้ตัวเองต้องฮึดขึ้นมาอีกครั้ง และเป้าหมายปี 2015 สำหรับงานเสริม Passive Income ที่ 10,000 $ จะทำอย่างไร ตลาดไหน ด้วยวิธีการแบบไหน?

ตกแต่งหน้าบ้านให้แตกต่างด้วยของฟรีๆ

มองดูหน้าบ้านตัวเองตอนนี้มันไม่มีอะไรเร้าใจ ไม่มีอะไรที่ดูแล้วเป็นแบบมืออาชีพ (เอ๊าฮาๆๆๆๆๆ) คงต้องหาอะไรที่ทำให้ blog ของเราดูดีมีชาติตะกูลขึ้นมาอีกสักหน่อย และเหตุผลสำหรับคนโง่ๆ ไร้ความรู้อย่างผม ก็คือ "มันมีภาษาปะกิตง่ายๆในการที่เราจะอ่านทำความเข้าใจ" ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับแต่ง Templates ให้เป็นไปตามที่เราต้องการ

ติตตั้ง WPTOUCH Free Premium Blogger Template

ได้ Free Premium Blogger Template มาครอบครองเป็นที่เรียบร้อย แต่ดูเหมือนว่ามีอะไรจะต้องทำอีกเยอะแน่ๆ ตอนนี้อย่าเพิ่งไปหวังเรื่อง Passive Income เรื่อง หาเงินออนไลน์ เลย เอาแค่ติดตั้ง template แก้ไข ปรับแต่ให้ได้อย่างที่ใจต้องการก็คงจะยากล่ะ ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ Template ตัวนี้กันก่อนดีกว่า ว่ามีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ตามที่เขาว่ามา ...

การปรับแต่ง Blogger Layout เพื่อให้ดูดี

เมื่อเราลอง View Blog ของเราดูแล้ว จะเห็นว่ามันขาดๆ เกินๆ ทั้งที่ Side Bar และ Footer ทุกคนเห็นด้วยไหมเอ่ย งั้นเราลองมาหาวิธีการปรับแต่ง Blogger Template เพื่อให้ดูดีขึ้นกันดีกว่านะ Blog ของเราจะได้สวยสดงดงามมากขึ้น

จัดการกับ Categories ตัวชี้บ่งสำคัญ

ทำไมตรง Categories มันขึ้นมาเยอะแยะขนาดนั้น ไม่ได้ทำอะไรกับมันเลยนะ วันก่อนยังมีกระติ๊ดเดียวอยู่เลย มาไงอ่ะตัวเธอออออออออออออออออออออออ ใช่อย่างที่เราคิดไหม ว่าเจ้า Categories นี่ดึงข้อมูลมาจาก Labels ที่เราใส่ในแต่ละ Post แน่ๆ ฉันคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วซินะ ไม่งั้นปวดหัวแน่ๆ

Sunday, January 25, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน ฟรี AVG Internet Security 2015 เวลาจำกัดเพียงไม่กี่วัน

Free AVG Internet Security 2015

     สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวป้องกัน Viruses, Malware, Spam, Scams, Phishing, and more. พร้อมคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ อย่าง Firewall, Internet Accelerator, Privacy Protector, and อื่นๆ อย่าพลาดกับ AVG Internet Security 2015 โดยเด็ดขาด ตอนนี้มี "ฟรี" 100% Discount แต่มีระยะเวลาจำกัด จนถึงสิ้นเดือน วันที่ 31 มกราคมนี้เท่านั้น โดยสามารถใช้งานได้ถึง 1 ปี

ขั้นตอนการรับฟรี AVG Internet Security 2015 (100% Discount)
  • คลิ๊ก ที่นี่ เพื่อขอรับ Free AVG Internet Security 2015
  • กด "Download it Now" 
  • กรอก e-mail ให้เรียบแล้ว แล้วกด 

  • จะพาเข้าสู่หน้าให้ทำการ Download ไฟล์สำหรับการติดตั้ง
  • จากนั้นท่านจะได้รับ e-mail ตอบกลับพร้อมทั้ง License (และ Link สำหรับ Download อีกเช่นกัน
  • ติดตั้ง พร้อมทั้งใส่ License Key หใ้เรียบร้อย

     ขอบอกว่าใช้งานได้จริงครับ ตอนนี้ใช้งานและกำลัง Scan อยู่


หากทีอะไรที่น่าสนใจอีก ทางเราจะอัพเดทให้ทุกท่านทราบเป็นระยะๆนะครับ


Saturday, January 24, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน ทำ Video Title สำหรับ My Income Journey YouTube Channel

ทำ Video Title ให้กับ Video ของเรา

     กำลังศึกษาและลองอัดวิดีโอจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองด้วยโปรแกรมฟรีและถูกต้องตามกฏหมาย (ไว้จะมาเขียนถึงโปรแกรมที่ผมใช้ทดสอบให้อีกครั้งนะครับ) เพราะหากเราทำ Contents Video หรือทำ Video บางประเภทเอาไว้ทำมาหากินแบบ Passive Income ที่เรามองหาทางกันอยู่ Title ของวิดีโอ แบบที่ Professional เขาทำกัน ในหลายๆวิดีโอที่เราเคยเห็นกันบ่อยๆ เพื่อเป็นการสร้าง "แบรนด์" (Brand) ของเรานี่เอง

หาตัวช่วยสร้าง Video Title

     เหมือนเช่นเคยครับ ระดับเราแล้ว การลงทุนที่ดีที่สุด คือ "ของฟรี" แล้วเราจะหาได้จากที่ไหนล่ะ ไม่ยากครับ ถามคุณครูเกิ๊ลฯ เหมือนเช่นเคย ด้วยคำถามที่ว่า "free video title maker" ได้หน้าตามาแบบนี้แหละ คลิ๊กที่ภาพ หรือ ที่นี่ เพื่อไปดูผลการค้นหาของคุณครูเกิ๊ลฯนะครับ


     ไล่หาอ่านมาเรื่อยๆ ไปถึงหน้าที่ 3 หน้าที่ 4 แล้วก็ย้อนกลับไปมาหลายเที่ยวจนกระทั่งมาจบที่ ลำดับ 8 ของหน้าแรก
     www.flixpress.com คือเวปเป้าหมายของเราในการสร้าง Video Title ในครั้งนี้ มีทั้งแบบเสียเงินและฟรี แน่นอนของฟรีย่อมมีตัวเลือกหรือ Options ไม่มากเท่าไหร่ ไม่เหมือนกันที่ต้องเสียเงิน แต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำงานของเรา การใช้งานไม่บอกนะครับ เพราะที่หน้าเวป บอกรายละเอียดไว้หมด และตอนที่สร้างก็มี Instruction Video สำหรับแต่ละ templates ให้ทำตามอยู่ การสมัครใช้งานก็ไม่ยากครับ กรอกรายละเอียดทุกอย่างลงไป กรอก capcha แล้วก็รอ e-mail เพื่อให้เรา verify ก็เป็นอันรีบร้อย สามารถใช้งานได้เลย

คำแนะนำในการสร้าง video title ใน flixpress แบบ free account


  • เลือกดู video ที่สนใจก่อน โดยลากเมาส์ over ไปที่วิดีโอ template ที่ต้องการ จะมี video เล็กๆ แสดงขึ้นมาให้ชม ดูให้ครบก่อนก็ได้ครับ แล้วจดไว้ว่าอันไหนที่เราสนใจบ้าง
  • เมื่อได้ video template ที่สนใจมาแล้วให้เราดูว่ามีข้อความหรือรูปตรงไหนบ้าง เพราะมีหลากหลายแบบที่ใช้รูปด้วย ใช้ข้อความ ที่อาจจะต้องการ 2,3 หรือมากกว่า 1 คำหรือประโยค
  • วางรูปแบบให้สื่อถึง channel ของเราสำหรับแต่ละ video title
  • สร้าง video title ตามที่เราต้องการ

Video Title ของ My Income Journey Channel


     นี่เป็น Video Title ที่สร้างไว้จาก flixpress ทั้ง 5 รูปแบบของ My Income Journey Channel แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้อันไหนครับ เพื่อนๆช่วยกันโหวตหน่อยครับ










thumbnails ของวิดีทั้ง 5 แบบ

คงไม่ยากเกินไปใช่ไหมครับ ในการสร้าง video title เพื่อเอาไว้ใช้งานในวิดีโอ ที่จะทำให้ช่องของเรามีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ครั้งต่อไปจะมาลอง edit เอา video title ใส่ลงไปใน video ของเรากันดูครับ ต้องขอเวลาไปศึกษาและคุณครูเกิ๊ลฯ ก่อนครับ 




Friday, January 23, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน ทำ Pop Up Facebook Like Box ให้กับ Blog ของเรา

Create One Time Facebook Like Pop Up for Our Fan Page

     ขั้นเวลา ก่อนที่หนังสือ อ่าน สรุปใจความ แปล & แชร์ เรื่องแรกจะมาไวๆ นี้ วันนี้สิ่งที่จะลองนำเสนอ คือ อยากจะทำให้เหมือนเวปของเทพๆ ทั้งหลาย ที่เอาไว้แชร์ความรู้ประสบการณ์ให้กับคนอื่นๆ 
     หลายท่านคงจะเขียนเห็นเวปใหญ่ๆ ดังๆ เขาจะมี Pop Up เด้งขึ้นมาเพื่อให้ผู้เข้าชมกด "Like" แฟนเพจของเราก่อนที่จะเข้าไปอ่านเนื้อหาใน Blog (อิๆๆๆ แอบคาดหวังว่าจะมีคนมา Like Fan Page ของเรามากขึ้น
     โดยที่เมื่อทำเสร็จแล้ว หากเป็นการเข้ามา Blog ของเราเป็นครั้งแรกจะมี Pop Up ให้ทำการ "Like" ก่อน แต่ถ้าหาก Like ไปแล้ว หรือเคยเข้ามาใน Blog ของเรามาแล้ว Blog จะเก็บคุกกี้ (Cookies) เอาไว้ เมื่อเรามาเข้า Blog ในครั้งต่อไป จะไม่มีการแสดงขึ้นมา
     เอาล่ะมาดูหน้าตากันว่าจะออกมาแบบไหน ดังรูปด้านล่าง

Step by Step เริ่มต้นกันเลยดีกว่า

     หากถามว่าเอามาจากไหน ตอบได้เลยครับ มั่วคำถาม ไปถามคุณครูเกิลฯ มาจนได้มาเป็นหน้าตาแบบนี้ ด้วยคำถามและได้คำตอบจากคุณครูเกิ๊ลฯ มาแบบนี้ load facebook like box before enter to blogger (ลองคลฺีกดูกันเอานะ คุณครูตอบได้หมด แต่ต้องรู้จักตั้งคำถามนะ)

Step 1 : เข้าไปที่ Blog ของเราแล้วไปที่ Layout แล้วเลือก Add ฟ Gadgets แบบ "html/javascript"




Step 2 : จากนั้นให้ทำการ Add Code ข้างๆ นี้ไปใส่ใน Gadget ของเรา
<style>

/*
ColorBox Core Style:
The following CSS is consistent between example themes and should not be altered.
*/
#colorbox, #cboxOverlay, #cboxWrapper{position:absolute; top:0; left:0; z-index:9999; overflow:hidden;}
#cboxOverlay{position:fixed; width:100%; height:100%;}
#cboxMiddleLeft, #cboxBottomLeft{clear:left;}
#cboxContent{position:relative;}
#cboxLoadedContent{overflow:auto;}
#cboxTitle{margin:0;}
#cboxLoadingOverlay, #cboxLoadingGraphic{position:absolute; top:0; left:0; width:100%;}
#cboxPrevious, #cboxNext, #cboxClose, #cboxSlideshow{cursor:pointer;}
.cboxPhoto{float:left; margin:auto; border:0; display:block;}
.cboxIframe{width:100%; height:100%; display:block; border:0;}
/*


User Style:
Change the following styles to modify the appearance of ColorBox. They are
ordered & tabbed in a way that represents the nesting of the generated HTML.
*/
#cboxOverlay{background:#000;opacity:0.5 !important;}
#colorbox{
box-shadow:0 0 15px rgba(0,0,0,0.4);
-moz-box-shadow:0 0 15px rgba(0,0,0,0.4);
-webkit-box-shadow:0 0 15px rgba(0,0,0,0.4);
}
#cboxTopLeft{width:14px; height:14px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) no-repeat 0 0;}
#cboxTopCenter{height:14px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpDgHQTI12aqpmmvs_Fs0UPSib2Zm3BB61v9w0YdOXpY57tLrLQmZiBRzr4q64euTdH7hSEu0yckPtjsddsn16iUpSZ1A8CQhxKUNhRp1u6ydD4NJAFa17o5Xz5x9IJZZLYLttAaiTdiTs/s1600/border.png) repeat-x top left;}
#cboxTopRight{width:14px; height:14px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) no-repeat -36px 0;}
#cboxBottomLeft{width:14px; height:43px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) no-repeat 0 -32px;}
#cboxBottomCenter{height:43px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjpDgHQTI12aqpmmvs_Fs0UPSib2Zm3BB61v9w0YdOXpY57tLrLQmZiBRzr4q64euTdH7hSEu0yckPtjsddsn16iUpSZ1A8CQhxKUNhRp1u6ydD4NJAFa17o5Xz5x9IJZZLYLttAaiTdiTs/s1600/border.png) repeat-x bottom left;}
#cboxBottomRight{width:14px; height:43px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) no-repeat -36px -32px;}
#cboxMiddleLeft{width:14px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) repeat-y -175px 0;}
#cboxMiddleRight{width:14px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) repeat-y -211px 0;}
#cboxContent{background:#fff; overflow:visible;}
#cboxLoadedContent{margin-bottom:5px;}
#cboxLoadingOverlay{background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiqT502by6wmGrT555vVscGESUao0_sqZn-qrf3ZU56ATQ8_HDt-1zeqYB2OnFeAA_A3zKV_ZjIojnmnJ7hxvbk_8W3izf0TMaNQirh6qZXNH-5JQNRtxmJlB0sY14zXXGqyhNNfQ2TTP0C/s1600/loading-background.png) no-repeat center center;}
#cboxLoadingGraphic{background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhylYF2Rqmdg95atDRCbBnqNcbXcp6OY2_j3_vwk4XlEi1RyQU4dJ0cW0MqFw-OXjSVE2xSSJf7fmHHxQyLCn7LrJ7wKRdJuQDqhJ9jiBTi8aTcSVD22TLLK4e7Dswl3MIfZp9goh0VB8tA/s1600/loading.gif) no-repeat center center;}
#cboxTitle{position:absolute; bottom:-25px; left:0; text-align:center; width:100%; font-weight:bold; color:#7C7C7C;}
#cboxCurrent{position:absolute; bottom:-25px; left:58px; font-weight:bold; color:#7C7C7C;}
#cboxPrevious, #cboxNext, #cboxClose, #cboxSlideshow{position:absolute; bottom:-29px; background:url(https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLzAo8qumLzw0bV_BXqubf-XTMNczyWKRjxiaZiArZyLlGoWNm1HwJwGjo0DsJoEr4ctNJjAqAVvg__wJpmheyzE5R8cGJ_iUgt0UtvzCi3bSSY0To9Ja4eoY2MavZXtXpNUNYc0LlgGFK/s1600/controls.png) no-repeat 0px 0px; width:23px; height:23px; text-indent:-9999px;}
#cboxPrevious{left:0px; background-position: -51px -25px;}
#cboxPrevious.hover{background-position:-51px 0px;}
#cboxNext{left:27px; background-position:-75px -25px;}
#cboxNext.hover{background-position:-75px 0px;}
#cboxClose{right:0; background-position:-100px -25px;}
#cboxClose.hover{background-position:-100px 0px;}
.cboxSlideshow_on #cboxSlideshow{background-position:-125px 0px; right:27px;}
.cboxSlideshow_on #cboxSlideshow.hover{background-position:-150px 0px;}
.cboxSlideshow_off #cboxSlideshow{background-position:-150px -25px; right:27px;}
.cboxSlideshow_off #cboxSlideshow.hover{background-position:-125px 0px;}
/*-----------------------------------------------------------------------------------*/
/* Facebook Likebox popup For Blogger
/*-----------------------------------------------------------------------------------*/
#subscribe {
font: 12px/1.2 Arial,Helvetica,san-serif; color:#666;
}
#subscribe a,
#subscribe a:hover,
#subscribe a:visited {
text-decoration:none;
}
.box-title {
color: #3B5998;
font-size: 20px !important;
font-weight: bold;
margin: 10px 0;
border:1px solid #ddd;
-moz-border-radius:6px;
-webkit-border-radius:6px;
border-radius:6px;
box-shadow: 5px 5px 5px #CCCCCC;
padding:10px;
line-height:25px; font-family:arial !important;
}
.box-tagline {
color: #999;
margin: 0;
text-align: center;
}
#subs-container {
padding: 35px 0 30px 0;
position: relative;
}
a:link, a:visited {
border:none;
}
.demo {
display:none;
}
</style>
<script src='http://ajax.googleapis.com/ajax/libs/jquery/1.5/jquery.min.js'></script>
<script src="http://yourjavascript.com/11215013191/jquery.colorbox-min.js"></script>
<script type="text/javascript">
jQuery(document).ready(function(){
if (document.cookie.indexOf('visited=true') == -1) {
var fifteenDays = 1000*60*60*24*30;
var expires = new Date((new Date()).valueOf() + fifteenDays);
document.cookie = "visited=true;expires=" + expires.toUTCString();
$.colorbox({width:"400px", inline:true, href:"#subscribe"});
}
});
</script>
<!-- This contains the hidden content for inline calls -->

<div style='display:none'>
<div id='subscribe' style='padding:10px; background:#fff;'>
<h3 class="box-title">Receive all updates via Facebook. Just Click the Like Button Below<center><p style="line-height:3px;" >▼</p></center></h3> 
<center>

<iframe src="//www.facebook.com/plugins/likebox.php?href=http%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fspiceupyourblog&amp;width=300&amp;colorscheme=light&amp;show_faces=true&amp;border_color=%23ffffff&amp;stream=false&amp;header=false&amp;height=258" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:300px; height:258px;" allowtransparency="true"></iframe>

</center>
<p style=" float:right; margin-right:35px; font-size:9px;" >Powered By | <a style=" font-size:9px; color:#3B78CD; text-decoration:none;" href="http://www.spiceupyourblog.com">Blog Gadgets</a> Via <a style=" font-size:9px; color:#3B78CD; text-decoration:none;" href="http://www.mybloggertricks.com">Blogger Widgets</a></p>
</div>
</div>

Step 3 : จุดที่ต้องแก้ไข
  • เปลี่ยน Receive all updates via Facebook. Just Click the Like Button Below เป็นคำที่เราต้องการ (หรือจะไม่เปลี่ยนก็ได้นะ
  • เปลี่ยน spiceupyourblog เป็นชือ่ Fanpage ของเรา
Step 4 : จัดการบันทึกซะ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ลอง View Blog ดูเอานะครับ

     แค่นี้ก่อนสำหรับวันนี้ หวังว่าคงจะพอแก้ขัดระหว่างรอบทความ แปล & แชร์ กันนะครับ และก็คงจะช่วยให้เรามี Social Signal เข้า Blog ของเรามากขึ้นด้วย เพื่อ หาเงินออนไลน์ แบบ Passive Income

Notes : ขอบคุณ  spiceupyourblog.com สำหรับข้อมูลดีๆที่เอามาใช้ปรับแต่ง Blog ของเรา


Tuesday, January 20, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน แปล & แชร์ เส้นทางเดินต่อไปของ blog นี้

Translate and Share

     ครั้งที่แล้ว หลังจากเปลี่ยนเป้าหมายจากเดิมไป ในส่วนของ Blog นี้ เราจะทำอย่างไรดีเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางที่ตั้งใจไว้ ซึ่งเป้าหมายใหม่สำหรับ Blog นี้คือการเขียนบทความเกี่ยวกับ การหาเงินออนไลน์ ให้เป็นแบบ Passive Income และสร้างรายได้ที่ $10,000 ในปี 2015 นี้

อัพเดทเนื้อหาของ Blog

     เพื่อให้มีเรื่องเขียน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 บทความ ความยากของงานนี้คือจะเขียนอะไร อย่างไร ให้เป็นไปตามเป้ามหายใหม่ที่วางไว้ จำได้ไหมครับว่าเมื่อ Day 13/2015 เราได้เปิดกรุ ดูสมบัติที่รวบรวมไว้จนได้ฉายาเป็น แชมป์รวมอุปกรณ์
     ผนวกกับเมื่อปีที่แล้ว ได้มีคนๆหนึ่งได้ทำ eBook ออกมาสัปดาห์ละหนึ่งเล่ม โดยการเอาตำรา Passive Income จากที่อื่นๆมาทำการแปลแล้วขายออกไป และจากบทความเมื่อ Day 14/2015, Day 15/2015, Day 16/2015, ว่ากันด้วยเรื่อง แบรนด์ (Brand) ซึ่งเป็นการรวบรวมเนื้อหาจากเวปต่างประเทศ 3-4 เวปมายำรวมกัน จากนั้นรวบรวมใจความสำคัญ มาแปลและเขียนใหม่จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งถึงจะใช้เวลามากไปสักหน่อย แต่ก็มีความสนุกสนานพอสมควร ได้เรียนรู้กับภาษาอังกฤษมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังไม่เก่งนักก็เถอะ
     และในขณะเดียวกัน ebook เกี่ยวกับ internet marketing ต่างๆ ได้ปิดตัวลงไปเมื่อหลายเดือน สองสิ่งผนวกันจึงมีความคิดต่อไปว่า นับแต่นี้ Blog นี้ ยากจะให้มี Concept เป็น "แปลและแบ่งปัน" Translate & Share ให้กับเพื่อนๆชาว IM ทุกท่าน

แชร์และแบ่งปัน


     โปรเจ็ตนี้จึงเกิดขึ้น โดยจะเอาอุปกรณ์รวมทั้งหลานที่เป็น eBook ภาษาอังกฤษ มาแปลเป็นภาษาไทย ในแบบซีรีย์ ความยาวตามหัวข้อและเนื้อหาของ eBook แต่ละเล่ม
     เพื่อนๆ มีความเห็นว่าอย่างไร และมีเรื่องไหน แนวไหน ตลาดไหน อยากให้แปลให้อ่าน ก็โฟสในกลุ่ม (Facebook) My Income Journey หรือ comment ไว้นะครับ

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน เป้าหมายเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์

สถานการณ์เป้าหมายเปลี่ยน


     สืบเนื่องมาจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้เขียนบทความอะไรสักเท่าไหร่ เป็นแวลาถึง 7 วันเต็มๆ จึงได้ไล่เขียนบทความเพื่อให้ทันกับวันและเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ตัวเองได้พบประสบมาคือ

  • งานประจำ ที่ยังคงต้องเอามาทำที่บ้านหลังเลิกงาน เพราะเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ และเป็นรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
  • หากบีบรัดตัวเองไปให้เขี้ยนบทความให้ได้อย่างที่ตัวเองคิดและต้องการ ต้องใช้เวลามากกว่าที่คิด รวมถึงหลายเรื่องที่ทำเป็นแบบ How to ย่อมต้องใช้เวลามากขึ้นอีกหลายเท่าตัวเพื่อให้งานออกมาดีในระดับที่ตัวเองต้องการ
  • เรือ่งนี้เป็นเรื่องใหญ่ พอมาทุ่มเทเวลาให้กับงานเขียน สิ่งที่เกิดตามมาคือ งาน Passive Income อื่นๆ ที่พยายามศึกษาและทำออกมาเพื่อให้เป็นรายได้ หายไปหมด ไม่มีเวลาได้ทำเลย


    นี่เรากำลังมาหลงทางใช่ไหม? หรือว่าเราทำอะไรตรงไหนผิด?
    แต่คงจะไม่ปิดหรอกที่เราทำแบบนี้ แค่เรายังจัดสรร และแบ่งเวลางานได้ไม่ดีพอ หลังได้คุยหลังไมค์กับพี่นอกวงการ Internet Marketing พี่เขาก็บอกว่า

  • ง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เราให้ความสำคัญตรงจุดไหนมาก ก็ไปตรงนั้นก่อน แบ่งสัดส่วนการทำงานลงมา
  • เขียนวันละบทความ เปลี่ยนเป็น 2-3 วัน หรือสัปดาห์ละบทความได้ไหม?
  • เขียนทุกวันในงานที่เกี่ยวข้องกับการหาเงินออนไลน์ มีวัตถุดิบพอในการเขียนหรือ เท่าที่ฟังมา ก็ไม่ใช่อย่างที่เรียกว่าเทพๆ ไม่ใช่รึ?
  • Flexibility เราก็เป็นคนที่รู้จักกับเรื่องพวกนี้ดีนี่นาในการทำงานประจำแบบ Active Invome ทำไมพลาดไปล่ะ ไม่รู้จักเอามาประยุกต์ใช้ บีบตัวเองอยู่นั่นแหละ
  • และก็ บลา บลา บลา (มาเป็นชุด)

เรียงลำดับความสำคัญ

    หลังจากที่ได้รับฟัง และมานั่งเรียบเรียงเป้าหมายและความต้องการของตัวเองใหม่อีกครั้ง จากเดิมที่เขียนไว้กว้างๆ ใน Day 1/2015 : My target 2015 เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน ว่าฉันจะ :

  • ทำงาน Passive Income วันละ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
  • เขัยนบทความ 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ อย่างน้อยวันละ 1 บทความ (อย่างน้อยที่สุดต้องได้ 1 บทความ ภาษาไทย)
  • บทความที่จะเขียน ให้ลำดับความสำคัญ 1-2-3เป็น
    • งาน Passive Income
    • งาน Active Income
    • เรื่อง General ทั่วๆไป
  • ตลาดหรืออะไรที่จะทำ ยังไม่รู้ แต่ต้องทำสำหรับงาน Passive Income
ข้อแรก ทำได้ทุกวัน
ข้อสอง นี่คือจุดที่ต้องเปลี่ยนแปลงทำทุกวันคงไม่ไหว ขอเปลี่ยนเป็น อย่างน้อยสัปดาห์และ 1 บทความ ภาษาไทย
ข้อสามและข้อย่อย จากข้อสองด้านบน คงจะเน้นเขียนบทความเกี่ยวกับ Passive Income เป็นหลัก
ข้อสี่ เป้าหมายคือ CB หรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่ Amazon ที่ยังคงต้องรักษา account ไว้สุดชีวิต

เป้าหมายที่ต้องเดิน

เป้าหมายปี 2015 สำหรับงานเสริม Passive Income ที่ 10,000 $


ถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุด ดังนั้นต้องรีบหาช่องทางข้อสี่ให้ได้โดยไว ส่วนเป้าหมายรองคือ การให้ได้บัญชี Adsense จาก Blog นี้ สาธุ ขอให้ได้ทีเถอะ

Sunday, January 18, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน ทำ Text Art หรือ Text Logo ต่อกันอีกสักรอบ

มาสร้าง Text Art หรือ Text Logo กันต่อ


     หลังจากที่เมื่อวานเราได้ทำ Text Art หรือ Text Logo เพื่อสร้าง "แบรนด์" (ฺBrand) ของเรากันไปเรียบร้อยแล้วหนึ่งคำ คือคำว่า "offroad" วันนี้เรามาต่อตัวที่ค้างกันไว้อีกคำ คือคำว่า "IM'ER" ที่จะใช้ประกอบกับคำแรกและรูปภาพเพื่อสร้าง Logo เพื่อเป็น แบรนด์ ของเราในการที่เราจะวางแผนอนาคตให้เป็นตัวแทนในการทำ Passive Income กัน มาดูกันว่า Offroad IM'er เส้นทางหาเงินของคนออฟโรด จะไปได้สักแค่ไหน

Saturday, January 17, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน สร้าง Text Logo ด้วย Microsoft Word

Logo จ๋า ทำออกมาได้อย่างไงเอ่ย



     จากที่เมื่อวานได้แชร์ไปในเรื่องของการสร้าง Brand เพื่บ่งบอกความเป็นตัวตนของตัวเราเอง เพื่อเอาไปใช้ต่อไปในวันข้างหน้าเพื่อให้ทุกคนได้จดจำให้ติดตา เหมือนกันที่หลายๆ คน หลายๆ เทพ เขาทำกัน
     เนื่องจากเราไม่มีเงินทองมากพอที่จะไปซื้อโปรแกรม หรือจ้างให้คนอื่นทำให้ ดังนั้น ตอนนี้หากจะทำให้สวยๆ อย่างคนอื่นเขาบ้าง ก็คงไม่มีทางอื่นนอกเสียจาก ตัดต่อพันธุกรรมจากของฟรีในเวปฯ และ/หรืออย่างที่ผมทำคือใช้ของที่มีอยู่ในมือ ผนวกกับไอเดียของเราที่มี อาจะะจเสียเวลาสักหน่อย แต่ก็ได้ความภาคภูมิใจ

เตรียมเครื่องไม้เครื่องมือกันก่อน

     สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญในการทำ Text Art หรือ Text Logo ที่ขาดไม่ได้คือ Font ตามที่เราต้องการ ปกติแล้วผมชอบที่จะเข้าไปหา Font ที่ต้องการใช้งานที่ dafont เป็นหลัก เป็นเวปที่แจก Font ฟรีๆ ไว้ให้เราโหลดมาติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของเราเพื่อนำมาใช้งานในโปรเจ็คของเรา

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน สร้างแบรนด์ สร้างโลโก้ของตัวเอง


Your Brand Defining 

     หลังจากที่เราได้ศึกษาทำความเข้าใจกันไปบ้างแล้วในตอนที่ผ่านๆ มาเกี่ยวกับการสร้าง brand สำหรับเป้าหมายของเราเราลองมากำหนดขอบเขตในการออกแบบ brand หรือ Logo ตามตำราที่ผ่านๆมาของเรากันดีกว่า เผื่อว่าวันข้างหน้าจะได้มีชื่อเสียง มี Passive Income อย่างกับคนอื่นๆเขาบ้าง (แอบฝัน วันเบลอๆ)

เริ่มต้นกันดีกว่า

  • What is your company's mission?
      อืมมมม ไม่ได้เป็นบริษัทกับเขานี่นา เอาเป็นว่า เป็นความตั้งใจที่มีมานานแล้วดีกว่า เนื่องจากผมเปนชนคนออฟโรด มี ซูซูกิ คาริเบี้ยน เก่าๆ เป็นเพื่อนคู่กาย และเหน็ดเหนื่อยตรากตรำทำงานประจำมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี และถึงวันนี้ก็ยังทำงานประจำ กิน Active Income อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ก็มีความฝันที่จะสร้าง Passive Income ทำงานที่ไหนก็ได้ ที่ Internet สามารถเข้าไปถึง และที่สำคัญ จะต้องทำตามความฝันคือ ขับออฟโรดคู่กายไปไหนต่อไหนทั่วไทย โดยมีเงินท่องเที่ยวจาก Passive Income
  • What are the benefits and features of your products or services?
     อีกล่ะ ไม่มีครับ ไม่มี ณ เวลา นี้ไม่มีอะไรพวกนี้อยู่ในมือ ไม่ได้คิดที่จะทำ จะสร้าง อาจจะมีบ้างที่อาจจะแจก หากความสามารถของตัวเองมีถึงจุดนั้น ที่ต้องการทำตอนนี้ก็เพียงแค่อยากเขียนเรื่องราว แบ่งปัน แชร์ความคิด แนวทางการทำงาน Passive Income กับทุกๆคนที่ผ่ายเข้ามา
  • What do your customers and prospects already think of your company?
     อันนี้ตอบได้เต็มปากเต็มคำครับว่า "ไม่มี" อย่างแน่นอน ที่คนที่เข้ามาอ่าน Blog นี้จะคาดหวังอะไร แต่ผมนี่ซิ มีความคาดหวังอยู่ว่า :
อยากแบ่งปันความรู้ พูดคุย โต้เถียง ติชม เส้นทางการหาเงินของผม
  • What qualities do you want them to associate with your company?
     555+ คำตอบเดียวกับข้อข้างบนๆครับ ไม่คาดหวังอะไรจากสังคมและคนอื่นๆ เพียงขอให้ได้แต่ "แบ่งปัน" ออกไปบ้างก็เท่านั้นเองครับ

Logo & Slogan

     จากข้างบนที่กล่าวมา จึงขอหาสโลแกนของตัวเองก่อน คิดไว้นานแล้วล่ะว่าจะเป็นประโยคไหน อย่างไรดี คงจะประมาณว่า
Off-road IM'er เส้นทางหาเงินของคนออฟโรด
ดังนั้น Logo จึงออกมาในแบบลุยๆ ตามสไตล์ของ คน Off-road สักหน่อย อยากจะมีอะไรที่ชี้บ่งถึงคนออฟโรด ที่แท้จริง โชคดีที่มีน้องคนหนึ่งสามารถทำ Graphic ได้เลยให้ออกแบบรถสีแดงจากรถจริงที่ตัวใช้อยู่ให้ ส่วนที่เหลือทำจาก Microsoft Words ล้วนๆครับ กับโปรแกรมฟรีบนเวปฯ บ้างเป็นบางตัว จึงออกมาเป็นรูปร่างหน้าตาอย่างที่เห็น

ป,ล, อยากให้เขียนเรื่องการออกแบบ text logo ด้วย Microsoft Word ให้แจ้งมานะครับ เดี๋ยวจัดให้

Tips of the day:

  • ณ. เวลานี้ผมไม่รู้หรอกว่า Brand ที่ตัวผมกำลังสร้าง หรือ Logo ที่สื่อออกไปจะมีผลอย่างไรบ้าง
  • อาจารย์น้องท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า "ทำเอามันส์ก่อนครับพี่ เรื่องตังค์เอาไว้ทีหลัง"


บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน มี Brand แล้วทำยังไงกันต่อดี

ป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ว่า "แบรนด์" เรากำเนิดขึ้นมาแล้ว

     หลังจากที่เราได้เรียนรู้กันมากขึ้นเรื่อง "Brand" หรือ "แบรนด์" กันไปแล้วในตอน อะไรๆก็ต้องมี Brand และยังได้เรียนรู้มากขึ้นในเรื่อง 10 สิ่งที่บ่งบอกว่าทำไม Brand จึงมีความสำคัญ  มาเริ่มเรื่องของเรากันต่อดีกว่า
    เมื่อได้กำหนดเป้าหมายและจุดมุ่งมั่นของ "แบรนด์" ของเราแล้ว งานต่อไปคือ เราจะทำให้แบรนด์ของเรากระจายออกไป ป่าวประกาศออกไปให้กับทุกคนได้รับรู้ได้อย่างไร สิ่งที่จะเขียนบอกเล่าต่อไปนี้คือตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้มาจากการทดสอบและทดลองโดยนักการตลาด มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง


Word Out Test Tips:


  • อันดับแรกคุณต้องมีโลโก้ที่ดึงดูดความสนใจ แล้วก็จัดการเผยแพร่ออกไปทุกที่ ทุกเวลาที่มีโอกาส ไม่ว่าจะทางช่องทางไหนก็ตาม
  • เขียนข้อความหรือสโลแกนที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดผู้คนที่ผ่านมา แต่ต้องเป็นข้อความที่เกี่ยวข้องและคำนึงถึงแบรนด์และโลโก้ที่สร้างขึ้นด้วย
  • ทุกคนในทีมจำต้องมัความระมัดระวัง ใส่ใจในการทำอะไรๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มี แบรนด์เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อสร้างภาพพจน์อันดีให้กับแบรนด์
  • นำแบรนด์ของเราลงไปในทุกสิ่งทุกอย่างในธุรกิิจของเรา ไม่ว่าจะการตอบ พูดคุยทางโทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งทีมงานขายในการเจรจาค้าขายผ่านทางโทรศัพท์ ทางอีเมล์ พูดง่ายๆ คือ ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องใส่ความเป็น "แบรนด์" ลงไปด้วย
  • สร้าง Voice ให้กับ องค์กร์ และ "แบรนด์" ของตัวเอง โดยสิ่งที่ทำนี้จะต้องถูกนำไปใช้กับทุกๆอย่างในองค์กรไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดทั้ง Online และ Offline
  • ออกแบบเทมเพจและใส่แบรนด์ลงไปเพื่อใช้ในการทำการตลาด ทำให้เป็นมาตรฐานไม่ว่าจะสีหรือรูปแบบ วางโลโก้ลงไปให้เหมาะสม เราไม่ต้องการอะไรที่เป็นแฟนซี จำไว้ว่าลูกค้าจะไม่ตอบกลับมายังคุณและก็จะไม่พูดถึงแบรนด์ของคุณอีกเลย หากเราไม่ทำอย่าที่เราให้คำมั่นสัญญาไว้กับลูกค้า

Tips of the day:

Be consistent. I placed this point last only because it involves all of the above and is the most important tip I can give you. If you can't do this, your attempts at establishing a brand will fail.

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน 10 สิ่งที่บ่งบอกว่าทำไม Brand จึงมีความสำคัญ

10 สิ่งที่บ่งบอกว่าทำไม Brand จึงมีความสำคัญ


    จาก Day 14/2015 : อะไรๆ ก็ต้องมี Brand  ที่ทุกๆท่านก็คงจะเห็นถึงความสำคัญของ "Brand" หรือ "แบรนด์" กันแล้วนะครับ ในบ้านเรา เทพๆทาง IM หลายท่านก็สร้างแบรนด์ สร้างชื่อเสียงของแต่ละคนจนประสบความสำเร็จกันไปเยอะ มีเงินมีทองจากการทำ passive income กันไปหลายท่าน มีคอร์สการเรียนรู้ต่างๆ เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกท่านที่กล่าวมา "จะมีแบรนด์ของแต่ละคน" ไปในแนวทางที่แต่ละคนถนัด ไม่ขอยกตัวอย่างนะครับ ส่วนผมไม่ประสบความสำเร็จครับ แต่กำลังจะค่อยๆไต่เต้า เก็บตกความรู็ตามทางต่างๆที่บรรดาเทพเดินผ่าน

ดังนั้น ในวันนี้เราก็จะมาคุยกันต่อครับ ในหัวข้อที่ว่า "10 สิ่งที่บ่งบอกว่าทำไม Brand จึงมีความสำคัญ" มาดูกันครับ ว่ามันน่าจะมีอะไรบ้าง

"แบรนด์" ช่วยส่งเสริมให้คุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น - คนส่วนมากจะทำธุรกิจ สั่งซื้อสินค้าหรือบริการกับบิรษัท ร้าค้าที่เขาเคยได้ยินได้เห็นได้รู้จัก ได้คุ้นตามากกว่า และยิ่งหาก "แบรนด์" ของเรามีจุดเด่น ดึงดูด และง่ายในการจดจำแล้วไซร้ ย่อมเป็นโอกาสที่จะได้รับการสั่งซื้อสินค้าและบริการได้มากขึ้น ส่วนในแง่ของการทำ Internet Marketing แบบเราๆ "แบรนด์" ก็คงจะไม่พ้นตัวตนที่แท้จริงของเรานั่นเอง

"แบรนด์" ทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่ง - ทุกวันนี้เราต้องสู้และแข่งขันกับคนทั้งโลก มันจึงเป็นการยากที่เราจะอยู่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ตลาด local อย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้ เราต้องทำอย่างไรจึงจะแตกต่างจากตู่แข่งคนอื่นในตลาดเดียวกันแต่เป็นระดับโลก?

3"แบรนด์" คือตัวแทนของคุณในการบ่งบอกความเป็นตัวตนของธุรกิจ - เริ่มตังแต่โลโก้เล็กๆ ที่ให้คคจดจำ ไปจนถึงเมื่อคุณพูดคุยโทรศัพท์กับคนอื่น เพื่อพูดและอธิบายถึงธุรกิจ พูดถึงบริษัท พูดถึงสินค้าและบริการของคุณ ทุกอย่างจะต้องสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

"แบรนด์" ยังเป็นตัวขับเคลื่อนและสร้างแรงจูงใจ แรงบันดาลใจ รวมทั้งทิศทางในการทำธุรกิจให้กับลูกทีมของคุณ - เป้าหมายที่ชัดเจนจะสื่อสารออกไปให้กับทุกคนในทีมมีความตั้งใจที่จะทำให้บรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ "แบรนด์" จะบอกพวกเขาว่าต้องทำอะไร ทำอย่างไรให้ชนะ และทำให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยที่พวกเขาจะไม่เขว้ออกไปจากกรอบที่วางไว้

"แบรนด์" ที่เข้มแข็งจะถูกคนกล่าวถึงออกไปอย่างมากมาย - คนส่วนใหญ่มักชอบจะพูดถึงแบรนด์ที่ตัวเองชื่นชมชอบ และในสังคม คนส่วนมากจะกิน นอน ฟัง ดู ทำกิจกรรมอะไรก็ต้องมีแบรนด์ไว้ก่อน กลุ่มคนนี้ก็จะยังคงความเป็นสิ่งหนึ่งไว้คือการพูด กล่าว อ้างอิงถึงแบรนด์ที่พวกเขารักและชื่นชม และนี่คือจุดสำคัญ "แบรนด์" ที่แข่งแกร่งจะช่วยสร้าง Viral Traffic มาให้กับเจ้าของแบรนด์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

"แบรนด์" ทีแข็งแกร่งยังช่วยให้ลูกค้า/ผู้เยี่ยมชม/ผู้ติดตาม รู้ว่าเขาจะได้อะไรจากแบรนด์ - แบรนด์ที่มีความสอดคล้องและชัดเจนกับเป้าหมายของธุรกิจ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจเพราะพวกเขารู้ว่าสิ่งที่แต่ละคนคาดหวังและทุกครั้งที่พวกเขาได้สัมผัสกับแบรนด์นั้นคืออะไร

"แบรนด์" เป้นตัวแทนของคุณและสิ่งที่คุณตั้งใจที่จะมอบให้กับผู้คน - เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่คุณจะต้องจดจำให้ได้ว่า "แบรนด์ คือสิ่งที่เป็นตัวตนของคุณ และคุณก็คือ แบรนด์ ที่ทุกคนจะพบเห็น รวมถึงทุกคนในองค์กรหรือบริษัทของคุณก็คือแบรนด์ด้วยเช่นกัน"

"แบรนด์" เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณ (และทีมงาน) มีความเข้าในไปในทิศทางเดียวกันและโฟกัสในสิ่งเดียวกัน - ตรงจุดนี้จะเป็นตัวสร้างและศุนย์กลางในการรวบรวมความคิดและไอเดียต่างๆที่อยู่รอบๆ โดยมุ่งไปที่จุดหมายเดียวกันในการพัฒนาและติดตามผลเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายขององกรค์ โดยที่ทุกคนจะมุ่งมั่นเดินทางไปตามเส้นทางและจุดมุ่งหมายเดียวกัน "แบรนด์" จะเป็นตัวนำทางแก่ทุกคนซึ่งจะช่วยให้ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และลดความสับสนของผู้คน

"แบรนด์" เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุยได้ใกล้ชิดกับลูกค้าและเข้าใจพฤติกรรมของพวกเขา - แบรนด์ที่ดีจะทำให้การปฎิสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าและเข้าถึงพวกเขาในอีกระดับของอารมณ์และความพึงพอใจ ซึ่งกลุ่มลูกค้าจะแสดงออกมาได้ในทุกครั้งที่พวกเขามีการซื้อสินค้าหรือบริการ

"แบรนด์" ที่แข็งแรงจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ - เชื่อไหมว่า แบรนด์ มีมูลค่าสูงกว่าสินทรัพท์อื่นๆ มากมายหลายเท่า โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสินทรัพท์ทางกายภาพที่จะมีค่าเสื่อมเพิ่ืชิ่มขึ้นทุกๆวัน แต่แบรนด์ที่ดี จะมีมูลค่าในตัวของมันเพิ่มขึ้นเองทุกวันๆ

Tips of the day:

"แบรนด์" ที่ดี จะถูกสร้างมาจากไอเดียที่ถูกต้อง จะก่อให้เกิดการรวมตัวไปในจุด ในทิศทางเดียวกันของทุกคนในองค์กรก่อน แล้วจะถูกผลักดันให้ออกสู่สาธารณชน แต่ต้องให้มั่นใจว่า ทุกคนในองค์กร เข้าใจและทราบถึงเป้าหมายในการสร้างแบรนด์ เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ได้อย่างชัดเจนในการทำการตลาดและสร้างศรัทธาให้กับลูกค้า

PS : อาจจะกระท่อนกระแท่นในการอ่านและแปลความหมาย ในตลาดหรือใน niche ที่ตัวเองไม่เคยชิน

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน อะไรๆ ก็ต้องมี Brand

Brand มีความสำคัญอย่างไร?

     การสร้างแบรนด์เป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของทุกๆ ธุรกิจ ไม่ว่าธุรกิจนั้นๆ จะเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่หรือธุรกิจขนาดเล็ก เแม้กระทั่งร้านค้าปลีกหรือคู่ค่าที่ทำธุรกิจด้วยกันแบบ B2B (Business to Business)

     "แบรนด์" หรือ "Brand"ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณหรือธุรกิจของคุณมีความสามารถในการแข่งแข่งในตลาดได้มากขึ้น คำถามที่ตามมาคือ

  • อะไรคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า Branding?
  • และ ฺBrand ส่งผลกระทบอย่างไรต่อธุรกิจขนาดเล็ก หรือ สิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่นี้ ไม่ว่าในธุรกิจค้าขายหรือให้บริการ
ง่ายๆ "แบรนด์" ของคุณคือสัญญาของเราที่ให้กับลูกค้า "แบรนด์" จะเป็นตัวบอกว่าสิ่งที่ลูกค้า หรือผู้มาเยี่ยมเยียนเวปของเรา และเป็นตัวที่จะบอกว่าพวกเขามีความคาดหวังจากสินค้าและบริการของเราได้อย่างไร และ "แบรนด์" ยังบอกและสร้างความแตกต่างระหว่างสินค้าและบริการของเรามีตวามแตกต่างจากคู่แข่งของเราอย่างไร
จงจำไว้ว่า "แบรนด์" ของเราเป็นสิ่งที่เกิดและบ่งบอกความเป็นตัวตนของธุรกิจ สินค้าและบริการของเรา เป็นสิ่งที่บอกว่าเราต้องการจะเป็นอะไร เป็นแบบไหน และเป็นอย่างไร และยังบ่งบอกถึงสิ่งที่ทุกคนมองกลับมายังเราในสิ่งที่เราต้องการจะเป็น ดังนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ทำธุรกิจทั้ง Online หรือ Offline ไม่ว่าจะขายสินต้าที่มีตัวตนหรือสินค้าบริการ จะขายข้างนอก บนห้างหรือข้างถนน หรือแม้กระทั่ง internet marketing ก็ยังต้องสร้าง "แบรนด์" เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้

Defining Your Brand

กำหนดนิยามให้ความหมายแก่ "แบรนด์" ก็เหมือนกับการเดินทางของธุรกิจ ซึ่งต้องฝันผ่าอุปสรรค หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องใช้เวลาในการสร้าง และแน่นอนมันไม่ใช่เรื่องที่สนุกหรือสุขสบายนักในการที่จะสร้าง "แบรนด์" และอย่างน้อยคุณต้องตอยคำถามข้างล่างนี้ได้

  • อะไรคือเป้าหมายของคุณ ของบริษัทหรือธุรกิจที่คุณกำลังทำ?
  • อะไรคือจุดเด่นและคุณสมบัติที่แตกต่างจากคนอื่น และลูกค้าหรือผู้ใช้บริการจะได้อะไรจากสินค้าและบริการของคุณ?
  • ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคิดและรู้สึกอย่างเกี่ยวเกี่ยวกับสินค้า/บริการ หรือแม้กระทั่งบริษัทของคุณ?
  • สุดท้ายลักษณะำิเศษของสินค้าและบริการอะไรที่จะทำให้คนอื่นสนใจและเริ่มที่จะสร้างความสัมพันธ์กับสินค้าและบริการของเรา?

เราต้องทำการค้นหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด เรียนรู้สิ่งที่จำเป็นให้มากที่สุด และที่สำคัญ ต้องเรียนรู้ถึงพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันและในอนาคตของคุณ และที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือ ทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณคิด เขาคิด ตนอื่นคิด แต่หัวใจสำคัญคือ เราต้องรู้ในสิ่งที่ลูกค้า/ผู้ที่สนใจ "คิด".




ตอนต่อไป
เรามาเรียนกันว่า "10 สิ่งที่บ่งบอกว่าทำไม Brand จึงมีความสำคัญ" มันมีอะไรบ้าง

Tips of the day:

ธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริมต้นในการทำธุรกิจค้าขายหรือบริการต่างทุ่มเทเงินและเวลาในการสร้างแบรนด์ของตัวเองให้เป็นที่รู้จักของทุกๆคน แล้วเราที่กำลังมุ่งหวังที่จะมี Passive Income ทำไมไม่สร้าง "แบรนด์" กัน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ขายสินค้าแลพบริการก็ตาม แต่มันก็คือสร้างตัวตนของเรา สร้าง "แบรนด์" คือการสร้างตัวเองให้เป็นที่รู้จักของคนมรแวดวงหรือสังคมเดียวกัน ดังนั้น เรามาสร้าง "แบรนด์" กันเถอะเรา

Day 13/2015 : แกะฮาร์ดดิสก์จนได้เป็นแชมป์รวมอุปกรณ์

มีอุปกรณ์แต่แล้วก็หมดตัว


      จั๋วหัวข้อแบบนี้ เพราะนึกถึง อาจารย์ของตัวเองท่านหนึ่ง (ไม่ต้องบอกท่านก็คงจะรู้ว่าเป็นใคร) ที่พูดอยู่เสมอว่า พวกแชมป์อุปกรณ์รวม มาอีกแหละ วันนี้เลยหมดมุข ยังคิดไอเดียไม่ออก แต่ด้วยการที่ตั้งเป้าหมาย บีบรัดตัวเองไว้ ทำให้มีเวลาอันจำกัด ต้องพยายามเค้นหาหัวข้อหรือบทความมาเขียนให้ได้ เหมือนอย่างที่หลายๆคนเขาโฟสเขาพูดถึงกันในเรื่อง 4 Hours Work Week, เอาไว้มีโอกาสจะหามาอ่านและลองมาสรุปให้ฟัง แต่เขาว่าให้อ่านฉบับภาษาอังกฤษมากกว่าฉบับภาษาไทย

แกะกล่องดูอุปกรณ์รวม

    ฮาร์ดดิสก์ตัวเองใกล้จะเต็ม ไล่ลบหลายๆอย่างออกไปก็ยังเหลือไม่มากพอ เลยต้องหาทางโยกย้ายไฟล์อื่นๆ ออกไปอีกสักหลายๆรอบ เปิดไปเปิดมา เจอ folder ที่เก็บสะสมไฟล์โปรแกรม e-book ที่ค่อนข้างเยอะพอสมควร
  แล้วมูลค่ารวมล่ะ อืมๆๆๆๆๆ  ลองคิดตัวเลขเล่นๆ ในช่วงปีกว่าๆที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เริ่มเข้ามา ต้องบอกว่า รวมๆแล้ว หลายหมื่นครับ ใช่ครับ ไม่ผิด ตัวเลขหลายหมื่นบาท ทั้งของใน ของนอก โดนมาเยอะ เจ็บมาเยอะ และอาจเป็นเพราะความโลภ ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น อยากรวยเหมือนคนอื่นๆ เขา โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องอื่น ไม่ได้พินิจวิเคราะห์ เหตุและผล ไม่ได้มีความเข้าใจในสิ่งที่จะทำ เปรียบเสมือน "เห็นช้างขี้ ก็เลยจะขี้ตามช้าง" สุดท้ายก็เป็นดั่ง "แมงเม่าบินเข้ากองไฟ"

มีเยอะกว่านี้ แถมมีที่เสียไปเปิดไม่ได้ เนื่องจากเครื่องเคยโดนไวรัสประเภทที่ Lock ไฟล์เปลี่ยนชื่อไฟล์ไปอีกหลาย GB

สุดท้าย ขอขอบคุณ

     ขอขอบคุณอาจารย์ของตัวเองท่านหนึ่ง ที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มาเป็นศิษย์เป็นอาจารย์กัน ท่านช่วยให้แนวความคิด ให้กรอบ ให้ปนวทาง ให้เครื่องมือ แต่สุดท้าย ตัวของศิษย์เอง ที่ยังไม่สามารถ ไม่อาจจจะเดินตามแนวทางที่ อาจารย์ให้ได้ แถมยังมีดื้อ มีเถียง เลยโดนซะบ้างก็ดี
ตอนนี้เริ่มต้นใหม่ แต่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยเป้าหมายที่ว่าจะหาเงินเป็นหลัก แต่เริ่มต้นเพื่อค้นหาตัวตนของตัวเอง
แนวคิดต่อไป : ฉันจะเอาสิ่งที่มี ทั้งเก่า ทั้งแก่ ทั้งไม่อัพเดท มาทำอะไรได้บ้าง
  • Software จะเอามาทำอะไรดี
  • e-book ภาษาไทยล่ะ เอามาต่อยอดอะไรได้ไหม
  • e-book ภาษาอังกฤษล่ะ ทำอะไรได้บ้าง
หลากหลายคำถาม หลากหลายแนวคิด หลากหลายวิธีการ น่าจะมีอยู่ แต่เพียงแค่ฉันยังหาไม่เจอเท่านั้นเอง ต้องมีแนวของเราซ่อนอยู่ตรงนั้น และฉันเชื่อว่า ฉันจะต้องสร้าง Passive Income ของฉันเองให้ได้เพื่อที่ฉันจะได้ไปเป็น Offroad IM'er อย่างที่ตั้งใจไว้

Tips of the day:
  • เครื่องมือวิเศษ ปุ่มวิเศษ ไม่มีจริงในโลกใบนี้
  • ให้อ่านให้เรียนรู้มากขนาดไหน หากไม่ลงมือทำอย่างจริงจังก็ไม่มีทางสำเร็จ
  • ทำหลายอย่างได้ แต่ลองพยายามหาแนวทางที่ตัวเองอยากจะทำให้ได้ก่อน แล้วมุ่งไปทางนั้นให้สุดๆ จึงค่อยปล่อยให้คนอื่นทำงานให้ แล้วตัวเองมาศึกษาตลาดอื่นๆใหม่ๆต่อไป
  • อย่ามัวแต่ไปตามเขา หาแนวของเราให้เจอ
  • ลงมือทำ ลงมือทำ ลงมือทำเท่านั้น เราจึงจะประสบความสำเร็จเหมือนคนอื่นเขาได้

Day 12/2015 : ใส่ Annotation ให้กับ Youtube Video

ใส่ Annotation ให้กับ YouTube Video


          สืบเนื่องมาจากเพื่อนที่ลุ้มลุกคลุกคลานยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการหาเงินออนไลน์หรือ Passive Income ได้โฟสลงหน้า Facebook ของเขาในการทดสอบการหาเงินออนไลน์ด้วย Video
         ซึ่งเมื่อลองเข้าไปดูแล้ว ก็เจอว่ามีการใช้เทคนิคบ้านๆจากการทำ Video ด้วย Software บางตัวโดยการฝังชื่อเวปใน video แล้วจึงมีลูกศรชี้ลงไปให้เห็น links ที่จะส่ง Traffic ไป

ปล. ไม่มีลิงค์หรือภาพของเขาให้ชมนะ เหตุที่ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้ว อิๆๆๆๆ
ขั้นตอนการใส่

ขั้นตอนการทำ Annotion

    นี่คือ Video ที่ผม uploaded ไว้นานแล้ว
น่าสนใจใช่ไหมครับ งั้นเอามาให้ชมสักวิดีโอก็แล้วกันนะ อิๆๆๆๆ



    เข้าไปที่ Creator Video ตรง Dashboard

    คลิ๊กที่ Edit ตรง Video ที่ต้องการ จะเข้าสู้หน้าการแก้ไขวิดีโอของเรา
จากนั้นคลิ๊กที่ Annotations tab แล้วเลือก +Add annotation เลืออกเป็น Note

จากนั้นให้เลือกช่วงแวลาที่จะให้เริ่มและหยุดแสดง พร้อมทั้งใส่คำพูดที่จะแสดงใน video ลงไปให้เรียบร้อย ปรับแต่สี ใช้เมาส์ย้ายตำแหน่งที่จะให้แสดงจากวิดีโอ ตามใจชอบ

เลือก link แล้วใส่ตามรูป อย่าลืม URL ของเวปที่เราจะส่งไปนะครับ


จากนั้นให้ทำการบันทึกการแก้ไขให้เรียบร้อย เป็นอันเสร็จขั้นตอนการใส่ Annotations ลงใน YouTube Video
ลองกันดูนะครับ ผมมือใหม่กับ YouTube มั่วเอา ทดลองไปเรื่อยๆ มีอะไรก็ถามคุณครูเกิล


Friday, January 16, 2015

Day 11/2015 : จับ Facebook Fan Page มาใส่ Blogspot

แต่งหน้าตาอีกนิดจับ Facebook Fan Page มาใส่ Blogspot

     วันนี้ขอแต่งหน้าตา Blog ของตัวเองอีกสักหน่อย เขาว่ากันว่า หากจะทำ blog ให้ดี ต้องมี Social Signal เอาไว้ Like & Share เจ้า blog หรือ web ของเราให้กู่ก้องให้กว้างไกลออกไป เป็นการทำ Offpage ชั้นดี ที่จะทำให้ blog หรือ web ของเรามีความน่าเชื่อถือ
     แต่ขอโทษนะครับ อาจจะผิดหวังสักหน่อยถ้าได้มาอ่าน blog ของผม blog นี้ เพราะว่าไม่มีครับ ไม่มีอะไรเลย ทั้ง onpage หรือ offpage (หรือว่าอาจจะมีหว่า) เพราะว่าไม่เคยได้ศึกษามาอย่างลึกซึ้งสักอย่างเดียว อาศัยอะไรนะหรือ ... คำตอบคือ ลูกมั่วครับ มั่วไปหมด มั่วไปทุกเรื่อง แล้วแบบนี้จะสร้าง Passive Income กันได้อย่างไรหว่า สงสัยว่าจะต้องเป็นหมาล่าเนื้อหากินกับ Active Income อย่างเดียวแน่ๆ จะเลยเถิดไปแล้ว มาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า

มาสร้าง Facebook Fanpage กันก่อน

    สร้างอะไร สร้างอย่างไร แล้วมันคืออะไรหนอ เจ้า Facebook Fanpage นี่ ไม่สอนนะครับ ทุกท่านเป็น expert กันอยู่แล้วในเรื่องนี้ เอาเป็นว่าหากท่านใดไม่เคย ก็แนะนำให้ดู Video อันนี้ก็แล้วกัน
    เครดิตคุณ : FIXFOTO CINEMA เจ้าของวิดีโอไว้ ณ.ที่นี้ด้วยนะครับ


     ส่วน Fanpage ของเราหน้าตาเป็นแบบนี้ โดยไอเดียของ Concept นี้คือที่ตั้งใจไว้นานมากแล้ว ตัวเองอยากจะเป็น Off-Road IMer คนขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่รักและหาเงินท่องเที่ยวจากการทำ Internet Marketing หาเงินออนไลน์ เป็น Passive Income 
     เมื่อได้ idea concept ว่าอยากจะได้ Profile แบบไหน อยากให้ Fanpage Cover ออกมาเป็นหน้าตาอย่างไร ก็ต้องหาวัตถุดิบมาทำ ฝืมือขั้นเทพอย่างเราน่ะรึ ไม่ยากนักหรอกครับ ถาม คุณครูเกิล เก็บเอามาจากคุณครูเกิล ตามเคย แต่ต้อง ทำการตัดแต่งพันธุกรรม จับเล็กผสมน้อยตามไอเดียของเรากันเองนะครับ
     โดยเครื่องมือต่างๆที่ใช้ในการทำงานขั้นเทพของเราก็ไม่พ้นจากการถาม คุณครูเกิล อีกตามเคย โดยที่ผมใช้ก็มีไม่กี่ที่ เอามาแชร์ให้ทุกท่านนะครับ ก็มี
  • http://www.timelinecoverbanner.com/  เอาไว้เป็นตัวหลักในการสร้าง Fanpage Cover
  • http://apps.pixlr.com/editor/ เอาไว้ตัดต่อ ตกแต่งรูปภาพอย่างง่ายๆ
  • Microsoft Word ใช่ครับ เอาไว้ในกรณีที่ทำอะไรบางอย่าง หรือหาอะไรไม่ได้ก็มาจบที่เครื่องมือตัวนี้
  • Snipping Tool ของฟรีใน Microsoft Windows ที่ขาดไม่ได้ในการตัดแต่ง จับภาพต่างๆ
     ครับมีแค่นี้จริงๆในการทำงานเกี่ยวกับสุดยอดภาพกราฟฟิคของผมเอง

สุดท้าย หน้าตา Fanpage ของผมออกมาเป็นแบบนี้


สร้าง Like Box ใน Blog ของเรา

     หลังจากที่เราได้ทำการก่อร่างสร้าง Fanpage ของเราไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องศึกษาหาความรู้ในสิ่งที่เราต้องการจาก "คุณครูเกิล" อีกเช่นเคย และแล้วหลังจากที่ได้เรียนรู้กับคุณครูเกิลฯ มาสอง-สามเวป เราก็ได้รู้ถึงขั้นตอนการทำกันละ มาเริ่มกันเลยล่ะกัน

     ขั้นตอนแรกให้เข้าไปที่ https://developers.facebook.com/docs/plugins/like-box-for-pages นี่คือสิ่งที่ Facebook จัดเตรียมเอาไว้ให้เรา
     จากนั้นก็ปรับแต่ง Option ต่างๆ ตามใจชอบ แต่ที่ขาดไม่ได้คือ URL ของ Facebook Fanpage ของเรานะครับ ไม่ใส่ไม่ได้ ไม่งั้นค่า default ที่ตั้งไว้คือหน้าเฟสฯ ของเราเอง

ของผมจะยังไม่มีอะไรนะครับ เพราะว่า แฮะๆๆ เพิ่งสร้าง มีแค่ผมคนเดียวที่ Like
จากนั้น คลิ๊กที่ Get Code เพื่อจะได้เอา code ไปติดตั้งใน Blog ของเรา โดยเลือก code แบบ iFrame นะครับ อย่าลืม


ติดตั้ง Like Box ลงใน Blog ของเรา

     เข้าไปยัง Blog ของเรา เลือก Layout เพื่อกำหนดการติดตั้ง จากนั้น Add Gadgets ลงไปหนึ่งตัวโดยเลือกแบบ HTML/JavaScript


จากนั้นใส่ Code iFrame ที่ได้มาลงไปแล้วจัดการ save เป็นอันเสร็จวิธีการ


คราวนี้มาดูกันว่าหน้าตา Blog ของเราจะออกมาเป็นแบบไหน โดยการจัดการ View Blog ของเรา


เป็นอย่างไรบ้างครับ ไม่ยากเกินไปใช่ไหม หากถูกใจ รบกวนช่วยกด Like ให้ผมด้วยนะครับ อิๆๆๆๆ

Tips of the day :

     พลังของ Social จะช่วยให้เวปหรือ Blog ของเราเป็นที่รู้จักและถูกใจ Google มากขึ้น

Thursday, January 15, 2015

Day 10/2015 : หาเงินออนไลน์ แล้วฉันจะทำอะไร อย่างไร ต่อไปดี

จะทำอะไร อย่างไร ต่อไปดี?


     ผ่านมาวันนี้วันที่ 15 แล้ว แต่ตัวเองเพิ่งจะเขียนวันที่ 10 นั่นก็หมายความว่า บทความที่ตั้งใจเขียนทุกวัน หายไปถึง 5 บทความ เอาล่ะซิ จะเอาอย่างไรต่อไปดี แล้วจะหาเงินออนไลน์ ทำ Passive Income  ได้อย่างไร ตัวเลือกที่จะเดินทางต่อไปจะเป็นเช่นไร ระหว่าง
  • ไม่ต้องไปสนใจ จะเขียนเมื่อไหร่ก็เขียน
  • เขียนชดเชย หาเวลาเขียนบทความเพื่อชดเชยวันเวลาที่หายไปให้ครบตามจำนวนวัน
     คนอื่นคิดว่าอย่างไรครับ คิดว่าผมจะเลือกเส้นทางไหน? ตอนนี้ผมมีคำตอบมีอยู่ในใจของตัวเองแล้ว พร้อมทั้งเหตุผลที่เลือก แต่ ... เอาไว้ตอนท้ายบทความนี้ก็แล้วกันนะครับ ค่อยมาฟังคำเฉลยกัน

คำถาม : ที่ผ่านมา 5 วัน หายไปไหนมา

     อย่างที่ทุกท่านทราบ ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ของทุกปี คือวันหนึ่งที่ เด็กๆ รอคอยกันมาตลอด ใช่แล้วครับมันคือวันเด็กแห่งชาตินั่นเอง
     คราวนี้คงจะพอเดากันออกหรือยัง ถ้ายังงั้นผมเฉลยให้ก็แล้วกัน ผมไปร่วมงานวันเด็กมาครับ ไม่ซิ ต้องบอกว่า ไปร่วมจัดงานมอบความสุขให้กับเด็กๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ร่วมกับเพื่อนๆ ชาว Off Road เล็กๆ ในนามของ ชมรมซูซูกิ ศรีราชา (Suzuki Sriracha Club) ในนามของงาน "สานฝัน วันเด็ก'58" วึ่งทางกลุ่มที่ผมเป็นสมาชิกอยู่นี้ได้ร่วมจัดงาน ปีนี้เป็นปีที่ 8 แล้ว ดังนั้นตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 9 ถึงวันอาทิตย์ที่ 11 ผมจึงหายไปจากโลกออนไลน์ เดินทางไปร่วมมอบความสุขให้กับเด็กๆ ที่ โรงเรียนบ้านแก่ง อ,กบินบุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนห่างไกล และไม่เคยมีใครเข้าไปจัดงานแบบนี้ให้กับเด็กๆ มาก่อน นอกจากที่ทางโรงเรียน จัดให้เด็กๆ ตามมีตามเกิด
     ไม่ขอกล่าวอะไรมากมาย เอาภาพมาฝากแทนก็แล้วกันนะครับ









กลับมาแล้วหายไปไหน ไม่มาเขียนบทความต่อ

     คำตอบก็คือ เพลียครับ อายุเยอะขึ้น เลยต้องการ การพักผ่อนที่มากกว่าปกติ ไม่เหมือนสมัยหนุ่มๆ ประกอบกับ งานประจำ Active Income ต้องทำรายงานและอะไรหลายๆ อย่างจึงต้องทุ่มเทเวลาที่มี ไปทางนั้นก่อน ไม่งั้นคงไม่มีกะตังค์กินข้าว แต่รถแน่ๆ ครับ

คำตอบว่าจะทำอะไรต่อไป

     ครับ คำตอบที่ผมเลือกคือ "เขียนชดเชย" เวลาที่หายไป ไม่ว่าจะกี่วัน ต้องหาเรื่องมาเขียนให้ครบตามกำหนดให้ได้ ดังนั้นจะต้องหาเวลามาเขียนและโฟสทันทีที่เขียนเสร็จ เพื่อให้ครบถึงวันที่ขาด และบีบตัวเองไม่ให้ดินพอกหางหมู แก้นิสัยขี้เกัยจของตัวเองด้วย
     สู้ๆๆๆๆๆ นะ บังคับตัวเอง ว่าต้องทำให้ได้

Notes of the day :

  • เขียนบทความไล่เก็บให้ครบวันที่ขาด ให้เสร็จภายในวันหยุดนี้
  • หาแนวทางของตัวเองให้ได้ว่าจะเขียนอะไร แนวทางมาจากที่ไหน และจะทำอย่างไร