2015 เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน

ความฝันไม่มีที่สิ้นสุด ต้นปี 2015 พบว่าหน้า Facebook ของตัวเองมีเพื่อนๆ และบรรดา "เทพ" สรุปผลงานปี 2014 และเป้าหมายปี 2015 กันอย่างมากมาย บางคนเดือนละ $1M บางคนเป้าหมายสิ้นปีที่ $1M เลยทำให้ตัวเองต้องฮึดขึ้นมาอีกครั้ง และเป้าหมายปี 2015 สำหรับงานเสริม Passive Income ที่ 10,000 $ จะทำอย่างไร ตลาดไหน ด้วยวิธีการแบบไหน?

ตกแต่งหน้าบ้านให้แตกต่างด้วยของฟรีๆ

มองดูหน้าบ้านตัวเองตอนนี้มันไม่มีอะไรเร้าใจ ไม่มีอะไรที่ดูแล้วเป็นแบบมืออาชีพ (เอ๊าฮาๆๆๆๆๆ) คงต้องหาอะไรที่ทำให้ blog ของเราดูดีมีชาติตะกูลขึ้นมาอีกสักหน่อย และเหตุผลสำหรับคนโง่ๆ ไร้ความรู้อย่างผม ก็คือ "มันมีภาษาปะกิตง่ายๆในการที่เราจะอ่านทำความเข้าใจ" ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับแต่ง Templates ให้เป็นไปตามที่เราต้องการ

ติตตั้ง WPTOUCH Free Premium Blogger Template

ได้ Free Premium Blogger Template มาครอบครองเป็นที่เรียบร้อย แต่ดูเหมือนว่ามีอะไรจะต้องทำอีกเยอะแน่ๆ ตอนนี้อย่าเพิ่งไปหวังเรื่อง Passive Income เรื่อง หาเงินออนไลน์ เลย เอาแค่ติดตั้ง template แก้ไข ปรับแต่ให้ได้อย่างที่ใจต้องการก็คงจะยากล่ะ ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ Template ตัวนี้กันก่อนดีกว่า ว่ามีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ตามที่เขาว่ามา ...

การปรับแต่ง Blogger Layout เพื่อให้ดูดี

เมื่อเราลอง View Blog ของเราดูแล้ว จะเห็นว่ามันขาดๆ เกินๆ ทั้งที่ Side Bar และ Footer ทุกคนเห็นด้วยไหมเอ่ย งั้นเราลองมาหาวิธีการปรับแต่ง Blogger Template เพื่อให้ดูดีขึ้นกันดีกว่านะ Blog ของเราจะได้สวยสดงดงามมากขึ้น

จัดการกับ Categories ตัวชี้บ่งสำคัญ

ทำไมตรง Categories มันขึ้นมาเยอะแยะขนาดนั้น ไม่ได้ทำอะไรกับมันเลยนะ วันก่อนยังมีกระติ๊ดเดียวอยู่เลย มาไงอ่ะตัวเธอออออออออออออออออออออออ ใช่อย่างที่เราคิดไหม ว่าเจ้า Categories นี่ดึงข้อมูลมาจาก Labels ที่เราใส่ในแต่ละ Post แน่ๆ ฉันคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วซินะ ไม่งั้นปวดหัวแน่ๆ

Showing posts with label Internet Marketing. Show all posts
Showing posts with label Internet Marketing. Show all posts

Wednesday, April 15, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ ของลุงกบ : ใส่ SEO Meta Tag Title,Description และ keywords ให้กับ Blogspot


How to add SEO Meta Tags Title, Description and Keywords in Blogspot


     สวัสดีปีใหม่ไทย วันมหาสงกรานต์ วันหยุดยาวกลางๆ กับย๊าวยาว สำหรับบางคนหรือหลายๆคน หวังว่าทุกท่านคงจะมีความสุขกันนะครับ ส่วนผมไม่ได้ไปไหนไกล อยู่ในรัศมีบ้านไม่เกิน 30 กิโลเมตร แต่ก็ออกจากบ้านทุกวันตอนสายๆ กว่าจะกลับมาก็ดึกดื่นทุกวัน ออกไปแบบนี้ทุกท่านคงจะเดากันได้นะครับ ว่าไปทำอะไรมา อิๆๆๆ
     เข้าเรื่องของเรากันดีกว่า ห่างหายกันไปนานกับการเขียน Blog ตั้งแต่ตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ไปเมื่อไม่นาน วันนี้เลยถือโอกาสมาเขียนบล๊อกให้ทุกคนได้อ่านกันบ้าง ช่วงนี้กระแสเขียน Blog กระแส Digital Information Product, Entrepreneur และ Infopreneur บ้านเรากำลังมาแรง เบียดบังกระแสเรื่อง Scripts เรื่องปั่นเวป เรื่องขาย Ebook สอนปั่น สอนขายของพวก ClickBank, Amazon, Viglink แทบจะหายเงียบไปกับสารบบกันทีเดียว (หรือว่าเราหาไม่เจอหว่า ขลุกแต่กำับงานประจำมาเป็นปีจนตกข่าว)
     อาชีพ Infopreneur กำลังเป็นที่สนใจ รวมถึงตัวผมด้วย แต่คงจะไม่มีปัญญาไปสัมนากับเขาหรอกครับ ช่วงนี้เอาตัวให้รอดไปวันๆ ก่อน แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนใหม่ๆ ที่เข้ามาตรงนี้ ในมุมของคนที่ทุนน้อย ก็ต้องศึกษาหาความรู้ใช้ของฟรีไปก่อน เหมือนกับ Blog ของ "ลุงกบ" นี่แหละ เอาไว้ฝึกฝีมือ ทดลอง ทดสอบอะไรไปเรื่อยๆ  วันนี้เลยจะมาแชร์ถึงเรื่องๆ หนึ่งที่เป็นหัวใจของการทำ Internet Marketing หรือหัวใจในการหาเงินออนไลน์ ซึ่งต้องทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจของท่าน Google เพื่อให้เขารู้ว่าเวปหรือ Blog ของเราเป็น Blog เกี่ยวกับอะไร เพื่ออะไร ให้เขาเก็บรายละเอียดของเวปเราเข้าไว้ในฐานข้อมูลของเขา จะได้สะดวกในการยกขึ้นมาเสริฟให้กับคนที่ค้นหาข้อมูล
     ใช่แล้วครับ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของ "SEO" รายละเอียดว่า SEO คืออะไร ท่านหาอ่านได้ตาม Internet นะครับ มีความรู้เรื่องนี้เยอะมาก ผมเป็นมือใหม่ ยังไม่สามารถจะนำมาเรียบเรียงตกผลึกให้ทุกคนได้ รู้แต่เพียง งูๆ ปลาๆ แต่วันนี้จะมาลองทำกันในส่วนที่เราเรียกกันว่า "SEO Meta tags" 

SEO Meta tags เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับทุก blog
     วันนี้เราจะมาใส่ SEO Meta Tags Title, Description and Keywords ให้กับ Blogger หรือ Blogspot ของเรากัน. Meta tags จะเป็นข้อมูลที่สำคัญทั้งหมดของ blog เราที่จะถูก bot ของ Google นำไปเก็บรวบรวมเพื่อใช้ในการเสดงผลการค้นหาของ search engine (รวมทั้งของ SERP อื่นๆ เช่น Bing, Yahoo และอื่นๆอีกเช่นกัน). ตรงจุดนี้ เรามาทำความเข้าใจกันอีกนิดว่า Meta tags จะไม่แสดงผลบนหน้าเวปหรือ blog ของเรา แต่จะแสดงในผลการค้นหาของ search engine results ที่เกี่ยวกับเวปของเรา (หวังว่าคงจะไม่ งง กันนะครับ มือระดับพระกาฬกันทั้งนั้น). ในแต่ละส่วนของ Meta จะแสดงผลเกี่ยวกับ page description, keywords, author, author email and other metadata. เจ้าแมงมุม Google bots จะไต่เข้ามาอ่าน Meta tags ของ blog เราแล้วจะนำความพร้อมข้อมูลที่เก็บได้คาบไปส่งให้กับเจ้านายคือ Google search engine เพื่อนำไปเป็นแสดงผลการค้นหาหน้าเวปเราใน Search Engine results Pages (SERP).
SEO META TAGS for SERP
Source : haakblog.com

มาจับ SEO Meta Tags ใส่ Blogger/Blogspot

     เรามาเริ่มต้นใส่ SEO Meta tags โดยการใส่ tags meta เหล่านี้ เราจะจับใสผ่าน blogger template (ตรงนี้จะแตกต่างจากการใช้งาน WordPress ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือ อย่างพวก SEO Plugin ช่วยให้การทำงานได้ง่ายกว่า Blogspot หรือ Blogger ที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้) . เราจำต้องทำ SEO Meta tags in Blogger template เพื่อให้อันดับหรือ ranking ในหน้า Google SERP ของเวปหรือ blog ของเรามีอันดับที่ดีขึ้น วิธีการก็ไม่ได้ยากอะไรนัก เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า.

ขั้นตอนที่ 1:

ให้ทำการ Login เข้าสู่ Blog spot หรือ Blogger > ไปที่ Dashboard เมนูจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ > เลือก Template > และเลือก (แก้ไข) Edit Html

ขั้นตอนที่ 2. 

ไปที่ส่วนของ <head> section ใน Template. ถ้าจะให้ง่ายและสะดวกในการหา ให้กด Ctrl+F

Step 3. 

หลังจากเจอแล้ว หลังหรือบรรทัดต่อไปของส่วน <head> section ให้ทำการพิมพ์ Code ต่อไปนี้ หรือไม่ก็ทำการ Copy เอาไปใส่ไว้ใน template.
<!-- Meta Tags ~  http://offroadimer.blogspot.com/  -->
 <meta content='Your Blog Description' name='description'/>
 <meta content='Keyword1,Keyword2,Keyword3' name='keywords'/>
 <meta content='Author Name' name='Author'/>
 <meta content='Author Email Address' name='Email'/>
 <meta content='all' name='robots'/>
 <meta content='index, follow' name='robots'/>
 <meta content='Language Name' name='language'/>
 <meta content='Country Name' name='country'/>
 <meta content='blogger' name='generator'/>
<!-- /Meta Tags ~   http://offroadimer.blogspot.com/  -->

Step 4.

สำคัญอย่างมาก ให้เปลี่ยนข้อมูลต่างๆ เป็นข้อมูลที่ท่านต้องการ

Step 5.

ท้ายสุด ให้ทำการบันทึก template จากนั้กลับไปที่ blog ของเรา, ทำการ view page source เพื่อดู description and keyword.ของเวป/blog ของเรา

ผลจากการปรับ/ใส่ SEO Meta tags 

Before
After
Note: เป็นการเปิดดูและตรวจสอบด้วย SEO QUAKE extension

     หวังว่าคงจะไม่ยากจนเกินไปนะครับ ก่อนจาก สำหรับท่านที่สนใจจะเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้งาน/เขียน blog ด้วย Blogger หรือ Blog Spot มี Course ฟรีของคุณเอ๋ วัชระ มณีศรี มาฝากกัน ชื่อ 
คอร์สออนไลน์ เป็นบล็อกเกอร์มืออาชีพด้วย Blogger.com (กดเบาๆตรงนี้) ลองไปศึกษากันครับ ผมยังไปเรียนมาเหมือนกัน
     สุดท้ายหากท่านใดมีปัญหา หรือมีอะไรให้ช่วยเหลือ ติดชม แนะนำ โฟส comment ไว้หรือไม่ก็ฝากโฟสไว้ที่ Facebook ของ ลุงกบ - offroadimer ได้นะครับ 
 

Saturday, January 17, 2015

บันทึกการ หาเงินออนไลน์ : ตอน 10 สิ่งที่บ่งบอกว่าทำไม Brand จึงมีความสำคัญ

10 สิ่งที่บ่งบอกว่าทำไม Brand จึงมีความสำคัญ


    จาก Day 14/2015 : อะไรๆ ก็ต้องมี Brand  ที่ทุกๆท่านก็คงจะเห็นถึงความสำคัญของ "Brand" หรือ "แบรนด์" กันแล้วนะครับ ในบ้านเรา เทพๆทาง IM หลายท่านก็สร้างแบรนด์ สร้างชื่อเสียงของแต่ละคนจนประสบความสำเร็จกันไปเยอะ มีเงินมีทองจากการทำ passive income กันไปหลายท่าน มีคอร์สการเรียนรู้ต่างๆ เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกท่านที่กล่าวมา "จะมีแบรนด์ของแต่ละคน" ไปในแนวทางที่แต่ละคนถนัด ไม่ขอยกตัวอย่างนะครับ ส่วนผมไม่ประสบความสำเร็จครับ แต่กำลังจะค่อยๆไต่เต้า เก็บตกความรู็ตามทางต่างๆที่บรรดาเทพเดินผ่าน

ดังนั้น ในวันนี้เราก็จะมาคุยกันต่อครับ ในหัวข้อที่ว่า "10 สิ่งที่บ่งบอกว่าทำไม Brand จึงมีความสำคัญ" มาดูกันครับ ว่ามันน่าจะมีอะไรบ้าง

"แบรนด์" ช่วยส่งเสริมให้คุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น - คนส่วนมากจะทำธุรกิจ สั่งซื้อสินค้าหรือบริการกับบิรษัท ร้าค้าที่เขาเคยได้ยินได้เห็นได้รู้จัก ได้คุ้นตามากกว่า และยิ่งหาก "แบรนด์" ของเรามีจุดเด่น ดึงดูด และง่ายในการจดจำแล้วไซร้ ย่อมเป็นโอกาสที่จะได้รับการสั่งซื้อสินค้าและบริการได้มากขึ้น ส่วนในแง่ของการทำ Internet Marketing แบบเราๆ "แบรนด์" ก็คงจะไม่พ้นตัวตนที่แท้จริงของเรานั่นเอง

"แบรนด์" ทำให้เราแตกต่างจากคู่แข่ง - ทุกวันนี้เราต้องสู้และแข่งขันกับคนทั้งโลก มันจึงเป็นการยากที่เราจะอยู่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ตลาด local อย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้ เราต้องทำอย่างไรจึงจะแตกต่างจากตู่แข่งคนอื่นในตลาดเดียวกันแต่เป็นระดับโลก?

3"แบรนด์" คือตัวแทนของคุณในการบ่งบอกความเป็นตัวตนของธุรกิจ - เริ่มตังแต่โลโก้เล็กๆ ที่ให้คคจดจำ ไปจนถึงเมื่อคุณพูดคุยโทรศัพท์กับคนอื่น เพื่อพูดและอธิบายถึงธุรกิจ พูดถึงบริษัท พูดถึงสินค้าและบริการของคุณ ทุกอย่างจะต้องสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

"แบรนด์" ยังเป็นตัวขับเคลื่อนและสร้างแรงจูงใจ แรงบันดาลใจ รวมทั้งทิศทางในการทำธุรกิจให้กับลูกทีมของคุณ - เป้าหมายที่ชัดเจนจะสื่อสารออกไปให้กับทุกคนในทีมมีความตั้งใจที่จะทำให้บรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ "แบรนด์" จะบอกพวกเขาว่าต้องทำอะไร ทำอย่างไรให้ชนะ และทำให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยที่พวกเขาจะไม่เขว้ออกไปจากกรอบที่วางไว้

"แบรนด์" ที่เข้มแข็งจะถูกคนกล่าวถึงออกไปอย่างมากมาย - คนส่วนใหญ่มักชอบจะพูดถึงแบรนด์ที่ตัวเองชื่นชมชอบ และในสังคม คนส่วนมากจะกิน นอน ฟัง ดู ทำกิจกรรมอะไรก็ต้องมีแบรนด์ไว้ก่อน กลุ่มคนนี้ก็จะยังคงความเป็นสิ่งหนึ่งไว้คือการพูด กล่าว อ้างอิงถึงแบรนด์ที่พวกเขารักและชื่นชม และนี่คือจุดสำคัญ "แบรนด์" ที่แข่งแกร่งจะช่วยสร้าง Viral Traffic มาให้กับเจ้าของแบรนด์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

"แบรนด์" ทีแข็งแกร่งยังช่วยให้ลูกค้า/ผู้เยี่ยมชม/ผู้ติดตาม รู้ว่าเขาจะได้อะไรจากแบรนด์ - แบรนด์ที่มีความสอดคล้องและชัดเจนกับเป้าหมายของธุรกิจ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจเพราะพวกเขารู้ว่าสิ่งที่แต่ละคนคาดหวังและทุกครั้งที่พวกเขาได้สัมผัสกับแบรนด์นั้นคืออะไร

"แบรนด์" เป้นตัวแทนของคุณและสิ่งที่คุณตั้งใจที่จะมอบให้กับผู้คน - เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่คุณจะต้องจดจำให้ได้ว่า "แบรนด์ คือสิ่งที่เป็นตัวตนของคุณ และคุณก็คือ แบรนด์ ที่ทุกคนจะพบเห็น รวมถึงทุกคนในองค์กรหรือบริษัทของคุณก็คือแบรนด์ด้วยเช่นกัน"

"แบรนด์" เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณ (และทีมงาน) มีความเข้าในไปในทิศทางเดียวกันและโฟกัสในสิ่งเดียวกัน - ตรงจุดนี้จะเป็นตัวสร้างและศุนย์กลางในการรวบรวมความคิดและไอเดียต่างๆที่อยู่รอบๆ โดยมุ่งไปที่จุดหมายเดียวกันในการพัฒนาและติดตามผลเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายขององกรค์ โดยที่ทุกคนจะมุ่งมั่นเดินทางไปตามเส้นทางและจุดมุ่งหมายเดียวกัน "แบรนด์" จะเป็นตัวนำทางแก่ทุกคนซึ่งจะช่วยให้ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และลดความสับสนของผู้คน

"แบรนด์" เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุยได้ใกล้ชิดกับลูกค้าและเข้าใจพฤติกรรมของพวกเขา - แบรนด์ที่ดีจะทำให้การปฎิสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าและเข้าถึงพวกเขาในอีกระดับของอารมณ์และความพึงพอใจ ซึ่งกลุ่มลูกค้าจะแสดงออกมาได้ในทุกครั้งที่พวกเขามีการซื้อสินค้าหรือบริการ

"แบรนด์" ที่แข็งแรงจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ - เชื่อไหมว่า แบรนด์ มีมูลค่าสูงกว่าสินทรัพท์อื่นๆ มากมายหลายเท่า โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสินทรัพท์ทางกายภาพที่จะมีค่าเสื่อมเพิ่ืชิ่มขึ้นทุกๆวัน แต่แบรนด์ที่ดี จะมีมูลค่าในตัวของมันเพิ่มขึ้นเองทุกวันๆ

Tips of the day:

"แบรนด์" ที่ดี จะถูกสร้างมาจากไอเดียที่ถูกต้อง จะก่อให้เกิดการรวมตัวไปในจุด ในทิศทางเดียวกันของทุกคนในองค์กรก่อน แล้วจะถูกผลักดันให้ออกสู่สาธารณชน แต่ต้องให้มั่นใจว่า ทุกคนในองค์กร เข้าใจและทราบถึงเป้าหมายในการสร้างแบรนด์ เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ได้อย่างชัดเจนในการทำการตลาดและสร้างศรัทธาให้กับลูกค้า

PS : อาจจะกระท่อนกระแท่นในการอ่านและแปลความหมาย ในตลาดหรือใน niche ที่ตัวเองไม่เคยชิน

Wednesday, January 7, 2015

Day 7/2015 : ติดตั้ง Stat Counter กันหน่อย

Stat Counter ตัวนับคนเข้า Blog


     จาก Day 6/2015 : เล่นกับ Featured Content Slider ที่บอกไว้ว่าจะทำการแก้ไข Menu ของ Blogger Template แต่ขอติดไว้ก่อนครับ ขอเป็นติดตั้ง Stat ไว้ดูก่อนละกันว่า Traffic เป็นอย่างไรบ้าง

Stat หรือตัวนับ คืออะไร

     ก็ตามชื่อเลยครับ Stat หรือตัวนับ (Counter) ก็คือเวปกลางเวปหนึ่ง (ที่จริงจะมีหลานที่มากๆ) แต่ที่บ้านเราชอบใช้กัน คือ Histats กับที่ Statcounter มีเอาไว้ให้เรารู้ว่ามีคนเข้าชมเวปเราเท่าไหร่ในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี และสามารถเข้าไปดูสถิติต่างๆได้ เช่นว่ามาจากที่ไหน มาจากค้ำค้น หรือ key word คำไหน ซึ่งเราสามารถนำเอามาใช้ในการต่อยอดในการทำเวปหรืออื่นๆได้

Histats Counter

     สำหรับผมจะใช้ Histats เป็นหลักนะครับ สมัครฟรีได้ที่นี่ครับ คลิ๊กเข้าไปสมัครเลย (วิธีการสมัครง่ายๆ นะครับคงจะไม่เอามาลงในนี้) เมื่อสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีเมล์แจ้งให้เราไป Activate Account ของเราซะก่อน จากนั้นก็ลุยกันต่อไปได้เลย

เริ่มต้นก็ตั้งค่า Histats กันก่อน

      อันดับแรก หลักจากที่เราสมัครและ Login เข้า Histats.com เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้คลิ๊ก Control Panel ที่มุมบนขวามือ 

      จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้า Control Panel ให้กด "+Add a Website"

     จะเข้ามาสู่หน้านี้

     จากนั้นให้ทำการกรอกข้อมูลลงไปให้ครบถ้วนตามรูป แล้วจึงกด Continue

ใส่ URL ของเวปและเลือกเวลาที่จะให้ Counter Update พร้อมเลือก Category ที่เหมาะกับเวปของเรา

ใส่ Title และ Description และกรอก Captcha จากนั้นจึงกด Continue


จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอ


ให้ทำการคลิ๊กที่ชื่อเวปหรือ blog ของเราเพื่อเข้าสู่หน้าจอที่ใช้แสดง stat หรือสถิติต่างๆของเวป/blog ของเรานั่นเอง

 เอา Counter ไปไว้ในเวป/Blog ของเรากันอย่างไรดี

     หลังจากที่เราตั้งค่าต่างๆเรียบร้อยแล้ว ค่อไปเราก็จะเอา stat counter หรือตัวนับไปไว้ในเวป/Blog ของเรา ทำอย่างไร เราตามมาดูกันครับ

     อันดับแรกให้คิล๊กตรง "COUNTER CODE"บริเวณแถวๆ มุมบนขวามืออีกเช่นเคย
   ต่อมาให้ คลิ๊ก +add new counter เพื่อกำหนดค่าและลักษณะของ counter ที่จะให้แสดงบนเวป/Blog ของเรา
จากนั้นเลือกว่าจะให้มีข้อมูลอะไรบ้างที่จะแสดงบน Counter ที่หน้าเวป/Blog ของเรา
จากนั้นให้กด save เป็นอันเสร็จแรียบร้อย แล้วเราก็จะเจอหน้าแบบนี้
ให้กดที่หมายเลข Counter ที่เราสร้างไว้เพื่อเอา code ไปใส่ไว้ในเวป/Blog ของเรา

 Counter Code

     <!-- Histats.com  START  (standard)-->
<script type="text/javascript">document.write(unescape("%3Cscript src=%27http://s10.histats.com/js15.js%27 type=%27text/javascript%27%3E%3C/script%3E"));</script>
<a href="http://www.histats.com" target="_blank" title="free webpage hit counter" ><script  type="text/javascript" >
try {Histats.start(1,2896556,4,24,200,50,"00010000");
Histats.track_hits();} catch(err){};
</script></a>
<noscript><a href="http://www.histats.com" target="_blank"><img  src="http://sstatic1.histats.com/0.gif?2896556&101" alt="free webpage hit counter" border="0"></a></noscript>
<!-- Histats.com  END  -->

ติดตั้ง Stat บน Blog ของเรา

     เข้าไปยัง Blog ของเรา แล้วเลือกเข้าไปที่ Layout จากนั้นก็ Add Gadget ไปหนึ่งอันเพื่อเอาไว้แสดง Counter โดยให้เลือก HTML/JavaScripts Gadget

ตั้งชื่อและนำ Code ที่ได้มาจาก Histats ลงใน HTML/JavaScripts Gadget

จากนั้น Save Text Gadget และ Save ให้เรียบร้อย

หน้าตาของ Counter บน Blog ของเรา

     หลังจากติดตั้งเรียบร้อย มาดูกันหน่อยว่า หน้าตาจะเป็นอย่างไร

 แล้วที่ Histats ล่ะ จะออกมาเป็นแบบไหน

คราวนี้เราก็จะมีข้อมูลเพิ่มเติมกันล่ะสำหรับอนาคตต่อไปว่าจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง ไว้มี traffic เข้ามาก่อนนะ แล้วจะเอามาให้ดูต่อว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเราจะทำ Passive Income จากข้อมูลนี้ได้อย่างไร

Notes of the day :

    รู้เขา รู้เรา มีโอกาสชนะ เท่ากับมีโอกาสในการทำเงินได้มากขึ้น Stat จากตัว Counter จะสามารถช่วยเราได้ว่าอนาคตต่อไป เราจะทำอะไรต่อกันดี 








Thursday, January 1, 2015

Day 1/2015 : My target 2015 เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน

My Passive Income Target 2015
My Passive Income Target 2015
      เริ่มต้นสนใจ Internet Marketing มานานกลายปี แต่ชีวิตยังคงหลงระเริงกับ Active Income งานประจำ ทำเงินที่มั่นคง แต่เหตุผลหลัก ไม่ใช่เริ่องเงิน แต่เป็นโอกาสในการแสดงความรู้ความสามารถในงานที่ไต่เต้ามาจากดิน ได้มีโอกาสไปทำงานยังต่างประเทศ ในระดับผู้เชี่ยวชาญงานสาขาเฉพาะทางด้านการผลิตที่เรียกว่า Wet Coating Technology

     แต่เนื่องจากความผันผวนทางเศรษฐกิจในระดับโลก ทำให้บริษัทปิดส่วนงานที่ทำ เมื่อรู้ข่าวว่าอะไรจะเกิด ก็เริ่มศึกษา หมดเงิน หมดทองไปหลายหมื่นบาท ในการซื้อคอร์สต่างๆมาเรียนรู้ ซื้อ Script ซื้อโน่นซื้อนี่ ตามบรรดา "เทพ" ที่หลายๆคนเรียก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากมายอะไรนัก เพราะนิสัยส่วนตัวที่มีความขี้เกียจ ซึ่งมานั่งวิเคราะห์แล้ว เป็นผลมาจาก การทำงานประจำ Active Income ที่ต้องใช้สมองในการคิดวิเคราะห์ ทำให้ความล้าเกิดขึ้น แต่ก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง จากตลาดหลากหลายที่ทำอยู่ อย่าง Amazon, Proporent, Viglink, ClickBank, JVzoo, ขายเสื้อ TeeSpring, Sun Frogs รวมถึงพวก CPA อย่าง Peerfly ผ่านทาง Facebook Advertisement และอื่นๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2013 เป็นต้นมา ทำ Passive Income แบบกระท่อนกระแท่น ทำตามอารมณ์ จนกระทั้งถึงวันสุดท้ายที่ต้องกลับมาอยู่ประเทศแม่ บ้านเกิดเมืองนอน ตัวเองก็เที่ยวเล่น แล้วก็มารับงานประจำอีกครั้ง จนกระทั่งปัจจุบัน

     แต่ความฝันไม่มีที่สิ้นสุด ต้นปี 2015 พบว่าหน้า Facebook ของตัวเองมีเพื่อนๆ และบรรดา "เทพ" สรุปผลงานปี 2014 และเป้าหมายปี 2015 กันอย่างมากมาย บางคนเดือนละ $1M บางคนเป้าหมายสิ้นปีที่ $1M เลยทำให้ตัวเองต้องฮึดขึ้นมาอีกครั้ง และ

เป้าหมายปี 2015 สำหรับงานเสริม Passive Income ที่ 10,000 $

     จะทำอย่างไร ตลาดไหน ด้วยวิธีการแบบไหน บอกตรงๆ ว่ายังไม่เคยได้คิด ยังไม่ได้วางแผน

get-me-rich-game
get me rich เกมส์เศรษฐีออนไลน์


     วันนี้กลับมาบ้าน เข้าห้องน้ำ เล่นเกมส์เศรษฐีออนไลน์ในห้องน้ำ มีความคิดแว๊ปเข้ามาในสมอง ว่าคงต้องทำอะไรสักอย่าง ที่บังคับตัวเราเอง ว่าเราทำอะไรลงไปบ้าง ทั้งงาน Passive Income, Active Income และ General เรื่องทั่วๆไป จึงหันกลับมาดู Blogger ของตัวเอง แล้วตั้งเป้าไว้ว่า

ฉันจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ Passive Income, Active Income และเรื่อง General ทั่วไป อย่างน้อยวันละ 1 บทความ

เรื่องที่จะเขียน ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนเป็น 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ ในบทความเดียวกัน เป็นการฝึกฝนไปในตัว ถ้าเวลาอำนวย แต้อย่างน้อย จะต้องเขียนให้ได้วันละหนึ่งบทความเป็นอย่างน้อย และต้องให้เวลากับ Passive Income อีกอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง

Notes of the day :

  • ทำงาน Passive Income วันละ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
  • เขัยนบทความ 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ อย่างน้อยวันละ 1 บทความ (อย่างน้อยที่สุดต้องได้ 1 บทความ ภาษาไทย)
  • บทความที่จะเขียน ให้ลำดับความสำคัญ 1-2-3เป็น
    • งาน Passive Income
    • งาน Active Income
    • เรื่อง General ทั่วๆไป
  • ตลาดหรืออะไรที่จะทำ ยังไม่รู้ แต่ต้องทำสำหรับงาน Passive Income

ท่านใดมีตำแนะนำ ชี้แนะ ติเตียน ยินดีและน้อมรับทุกความเห็น โฟสไว้ที่ comments นะครับ